รูขุมขนใหญ่ทำอย่างไรดี

ที่มา : http://women.sanook.com/

——————————————————————————–

ผู้ชายทุกคนอยากมีหน้าใส หล่อเนี้ยบกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องรูขุมขนใหญ่จึงเป็นสิ่งที่ใครหลายๆคนไม่อยากให้เกิด ขึ้นบนใบหน้าของตัวเอง โดยเฉพาะผู้ชายผิวหน้ามันทั้งหลาย กุ๊กมีเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้รูขุมขนของคุณเล็กลงได้ ลองเอาไปใช้ดูกัน…ได้ข่าวว่าดาราหลายคนใช้แล้วได้ผลเยี่ยมสุดๆ

รูขุมขนใหญ่ : ผิวไม่สม่ำเสมอเป็นรูๆ อย่างเห็นได้ชัด ทำให้สิ่งสกปรกตกค้าง สะสม และอุดตันได้ง่าย
รูขุมขนเล็ก : ผิวเรียบเนียนไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ สิ่งสกปรกไม่ตกค้าง

DIY : Do It Yourself เคล็ดลับกระชับรูขุมขน

เตรียมอุปกรณ์
1.ก้อนน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบสักก้อนสองก้อน
2.กระดาษทิชชูเนื้อละเอียด หรือผ้าสะอาด

วิธีทำ
1.ทำความสะอาดผิวหน้าให้เรียบร้อย
2.นำก้อนน้ำแข็งที่เตรียมไว้ไปผ่านน้ำสัก 1-2 วินาที เพื่อให้น้ำแข็งสะอาดและละลายเล็กน้อยจนผิวสัมผัสเรียบขึ้น
3.นำก้อนน้ำแข็งมาห่อด้วยกระดาษทิชชูสัก 3-4 ชั้น หรือผ้าบางๆ สัก 2 ชั้น เพื่อไม่ให้เย็นหน้าจนเกินไป
4.รอให้น้ำแข็งละลายพอชุ่มๆแต่ไม่แฉะ เพราะน้ำจะช่วยหล่อลื่นและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วย
5.นำมาถูบนใบหน้าเบาๆ จากศูนย์กลางหน้าออกไปด้านข้าง โดยเน้นบริเวณทีโซนและแก้มเป็นพิเศษ

- ทำครั้งละประมาณ 1-2 นาที
- ทำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน คือหลังตื่นกับก่อนนอน
- ทำสัก 3 เดือน แล้วลองสังเกตความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าตัวเองดู

X DDT : Don’t Do That!
- อย่าใช้น้ำแข็งที่ออกมาจากตู้เย็นใหม่ๆ สัมผัสผิวหน้าโดยตรงเด็ดขาด เพราะผิวหน้าที่บอบบางอาจจะปรับตัวไม่ทัน หรือถูกน้ำแข็งดูดจนพอง
- อย่าใช้น้ำแข็งที่สกปรก
- อย่ากดก้อนน้ำแข็งแรงๆ จนบี้ไปกับผิวหน้า เพราะอาจทำให้ผิวเย็นจนเกิดอาการช็อกหรือเป็นรอยได้


น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์คืออะไร?

ที่มา : http://women.sanook.com/

——————————————————————————–

น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ เป็นน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น โดยไม่ผ่านความร้อน (cold press coconut oil) ผลิตจากเนื้อมะพร้าวสดเป็นน้ำมันมะพร้าวที่บริสุทธิ์ที่สุด สีใสเหมือนน้ำมีวิตามินอี และไม่ผ่านขบวนการเติมออกซิเจน (oxidation) และที่สำคัญกรดคลอริกในน้ำมันมะพร้าว มีกรดคลอริก อยู่ประมาณ 54.61%

กรดนี้มีส่วนที่ทำให้น้ำมันมะพร้าวดีเด่นกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ เพราะมันมีความสามารถพิเศษคือ สร้างภูมิคุ้มกัน เมื่อเราบริโภคน้ำมันมะพร้าวเข้าไปในร่างกายกรดคลอริกในน้ำมันมะพร้าวจะ เปลี่ยนเป็นโมโนกลีเซอไรด์ที่มีชื่อว่า โมโนลอรีน

ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่อยู่ในน้ำนมมารดาที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ กับ ทารกในระยะ 6 เดือนแรกที่ร่างกายยังไม่สร้างระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เด็กระยะแรกเกิดไม่ค่อยเป็นอะไร และยังสามมารถฆ่าเชื้อโรค ในโมโนลอรีนเป็นสารปฏิชีวนะที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่สามารถฆ่าเชื้อที่ก่อให้เกิดหลอดเลือดแข็งตัว

บทบาทสำคัญของน้ำมันมะพร้าว

1. ช่วยในการชะลอความชรา

1.1 ช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ
- ป้องกันการเหี่ยวย่นของผิวหนัง
- ป้องกันการเกิดกระและรอยคล้ำบนผิวหน้า
- ป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง กระด้าง

2. ป้องกันผมหงอก

น้ำมันมะพร้าวสามรถช่วยลดปริมาณการสูญเสียโปรตีนของเส้นผม เพราะน้ำมันมะพร้าวสามารถยึดเกาะกับโปรตีนของเส้นผมจึงช่วยเสริมความแข็งแรง โดยการรักษาความชื้น และลดรอยแตกแยกในเส้นผมได้ดี

3. ช่วยป้องกันโรค

การบริโภคน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำ(เลิกบริโภคน้ำมันไม่อิ่มตัว)จะช่วยแก้ สถานการณ์ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง อ่อนล้าของผู้สูงอายุ และสามารถลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ฯลฯ

4. โรคอ้วน

4.1 ให้พลังงานน้อย
4.2 ช่วยนำไขมันที่สะสมไว้มาใช้เป็นพลังงานน้ำมันมะพร้าวยังไปเร่งอัตราการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน

5. กระตุ้นกิจกรรมทางเพศ

5.1 ใช้แทนสารหล่อลื่นธรรมชาติ น้ำมันมะพร้าวเป็นสารธรรมชาติที่มีสมบัติคล้ายสารหล่อลื่นในช่องคลอด
5.2 ใช้นวดเพื่อกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ


การตั้งค่า EDGE-GPRS / WAP / MMS ระบบ DTAC

หลังจากที่ใช้เบอร์ DTAC บวกกับซื้อเครื่องใหม่มาใช้งานได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำการตั้งค่าต่าง ๆ สำหรับการรับ MMS เลย วันนี้ก็คิดว่าจะทำงัยดี เลยเข้าไปในเวบไซต์ของ DTAC ในที่สุดก็ได้คำตอบ ทำตามขั้นตอนง่าย ๆ สบายจริง ๆ

1. ให้เข้าไปที่ http://www.dtac.co.th/index.php จะเจอหน้าตาดังภาพด้านล่าง

2. เมื่อเข้ามายังหน้านี้ หัวข้อการตั้งค่าจะอยู่กลางหน้า ด้านขวา

3. ทำการใส่เบอร์เครื่องที่ต้องการตั้งค่า หรือจะกด *772# ตามด้วยหมายเลขของเครื่องที่ต้องการตั้งค่า แล้วกดโทรออกก็ได้ หลังจากนั้นจะได้ข้อความ 1-3 ข้อความแล้วแต่รุ่นของมือถือ ทำการบันทึกลงในเครื่อง (หากต้องใส่รหัสให้ใส่ 1800)

4.  ระบบจะขึ้นเบอร์ที่ต้องการ พร้อมแสดงรุ่นของมือถือที่ใช้ พร้อมทั้งให้เราเลือกประเภทของการเชื่อมต่อ ทำการกดปุ่มยืนยัน

5. ระบบจะทำการส่งข้อความมายังเครื่อง ทำการใส่รหัส 1800 และบันทึกลงเครื่อง

เท่านี้ก็สามารถใช้งาน EDGE-GPRS / WAP / MMS ได้อย่างสบายใจล่ะ


GoodYear International Drift Series 2010

สนามที่ 1-2
Round 1-2
17-18 กรกฎาคม 2553
July 17-18, 2010
วันเดอร์เวิลด์พาร์ค รามอินทรา, กรุงเทพ
Wonder World Park, Bangkok
สนามที่ 3-4
Round 3-4
18-19 กันยายน 2553
September 18-19, 2010
วันเดอร์เวิลด์พาร์ค รามอินทรา, กรุงเทพ
Wonder World Park, Bangkok
สนามที่ 5-6
Round 5-6
16-17 ตุลาคม 2553
October 16-17, 2010
เลคแอนด์พาร์ค, พัทยา
Lake & Park, Pattaya

ที่มา : http://www.headlightmag.com


กล้อง นะครับ ไม่ใช่เครื่องถ่ายเอกสาร

ที่มา : http://aero007.multiply.com/journal/item/8/8

———————————————————————

“รูปนี้ผมก็มี” – “รูปนี้ผมถ่ายนานแล้วสวยกว่ารูปคุณอีก” – “รูปนี้เขามีเยอะแยะเลย” ผมเชื่อว่าเพื่อนนักถ่ายภาพหลายคน คงจะเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้ เมื่อนำเอารูปถ่ายที่เราภูมิใจและคิดว่าสวยไปอวดให้กับเพื่อน ๆ ซึ่งในบางครั้งคำพูดเหล่านี้ ก็จะบั่นทอนกำลังใจของนักถ่ายภาพเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเรามองในมุมกลับและเปิดใจให้กว้างแล้ว ก็จะพบว่าที่มาของคำพูดเหล่านี้ มาจากการที่นักถ่ายภาพนิยมเอากล้องที่เราซื้อมาแพงแสนแพงนั้น ไปทำหน้าที่เป็นเครื่องถ่ายเอกสาร กล่าวคือ การถ่ายภาพในลักษณะที่ลอกมุมจากรูปที่พบเห็นบ่อย ๆ หรือการจัดฉากถ่ายภาพลอกเลียนแบบรูปที่ประสบความสำเร็จในการประกวด หรือแม้กระทั่งการถ่ายภาพที่ปราศจากแนวความคิดทางศิลปะ หรือการถ่ายภาพในลักษณะที่เห็นอะไรสวยแล้วต้องยกกล้องขึ้นถ่ายภาพอย่างรวด เร็ว โดยไม่ได้คำนึงและพินิจพิจารณาถึงองค์ประกอบที่สำคัญของภาพ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ ก็ไม่ต่างไปจากการเอากล้องมาทำหน้าที่เป็นเครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งนอกจากจะไม่ใช่การสร้างสรรค์งานศิลปะแล้ว ผู้ถ่ายภาพก็ไม่ควรจะภูมิใจกับรางวัลการประกวดภาพ หากรูปที่ได้มานั้น มาจากวิธีการดังกล่าวข้างต้น ดังนั้น เมื่อเราเปิดใจให้กว้างยิ่งขึ้น ก็จะพบว่าคำพูดเหล่านี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้นักถ่ายภาพสรรหารูปใหม่ ๆ ที่สะท้อนมุมมองความคิดของผู้ถ่ายภาพเข้ามาประดับวงการถ่ายภาพได้เป็นอย่าง ดี

ทีนี้เราจะมาดูกันครับ ว่าคำกล่าวเหล่านี้มีที่มาอย่างไรและแนวทางในการแก้ไขนั้นทำอย่างไร

1.       ผู้ถ่ายภาพขาดความมั่นใจในตัวเอง

David Ward ได้กล่าวไว้ในงานเขียนของ เขาว่า ได้มีลูกศิษย์ของเขา นำรูปที่ถ่ายไว้จากที่ต่าง ๆ มาให้ดู ซึ่งรูปเหล่านั้น มีองค์ประกอบภาพสวย แสงดี แต่กลับไม่น่าสนใจ เพราะเป็นรูปที่พบเห็นได้บ่อย ๆ จนชินตา ซึ่งเมื่อสอบถามลูกศิษย์ถึงเบื้องหลังภาพถ่ายพวกนี้แล้ว ก็พบว่า ลูกศิษย์คนนี้ขาดความมั่นใจในตัวเองที่จะสร้างสรรค์ภาพใหม่ ๆ และกลัวว่าภาพของตัวเองนั้นจะไม่สวยก็เลยลอกมุมภาพจากหนังสือของช่างภาพท่าน อื่น

David Ward ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า การที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้นั้น ผู้ถ่ายภาพจะต้องมีความศรัทธาในตนเองว่าจะสามารถพัฒนาฝีมือและสร้างสรรค์รูป ใหม่ ๆ ออกมาได้ ซึ่งความศรัทธาในตนเองนี้ จะช่วยให้ผู้ถ่ายภาพกล้าที่จะออกไปค้นหาสถานที่ใหม่ ๆ รวมถึงการสร้างสรรค์ภาพที่สะท้อนมุมมอง และถ่ายทอดความรู้สึกของผู้ถ่ายภาพไปสู่ผู้ชมภาพได้ แต่อย่างไรก็ตาม ความศรัทธาอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถช่วยให้ภาพสวยได้ ผู้ถ่ายภาพจะต้องมีความรู้ความเข้าใจทางด้านวิชาการของศิลปะการถ่ายภาพอย่าง ลึกซึ้งประกอบไปด้วยจึงจะช่วยให้เกิดการสร้างสรรค์ภาพใหม่ๆ ได้

2.       ทัศนคติที่นิยมการลอกเลียนแบบรูปที่ประสบ ความสำเร็จในการประกวด

สำหรับเพื่อนๆที่อยู่ในสมาคมถ่ายภาพบางที่คง จะเคยเห็นการจัดฉากถ่ายภาพที่ลอกเลียนแบบแนวคิดมาจากภาพที่ได้รับรางวัลจาก การประกวดเป็นประจำหรือแม้กระทั่งในการถ่ายภาพธรรมชาติก็ตาม ผมก็มักจะพบเห็นนักถ่ายภาพบางท่านนิยมลอกมุมของรูปที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว ซึ่งเมื่อถามถึงเหตุผลในการถ่ายภาพแบบนี้แล้วก็มักจะได้รับคำตอบว่า “พี่ครับ ผมเห็นรูปนี้ เขาถ่ายสวยดี ก็อยากมีบ้าง”

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคุณค่าทางศิลปะของภาพ ถ่ายที่ได้จากวิธีเหล่านี้ ติดลบครับ ภาพถ่ายทางศิลปะที่ดี ควรจะเริ่มจากความคิดสร้างสรรค์ของผู้ถ่ายภาพเอง แต่อย่างไรก็ตามถ้าผู้ถ่ายภาพมือใหม่ เริ่มต้นจากการลอกเลียนแบบเพื่อศึกษาแนวคิด วิธีการ แล้วนำไปพัฒนาฝีมือ ก็เป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ไม่ควรส่งภาพเข้าประกวด เพราะถ้าบังเอิญได้รับรางวัลมาแล้ว ผู้ถ่ายภาพคงจะต้องถามตัวเองว่า “เราจะภูมิใจได้หรือไม่ที่ภาพที่เราได้รางวัลมาจากการลอกเลียนแบบ”

3.       การขาดความพินิจพิจารณาถึงวัตถุดิบในการ สร้างภาพ

ในช่วงที่ผมหัดถ่ายภาพใหม่ๆ นั้นจะมีความรู้สึกอยากได้ภาพเยอะๆ จากการออกรอบถ่ายภาพแต่ละครั้งซึ่งความอยากอันนี้ส่งผลให้ผมรีบกดชัตเตอร์ ถ่ายภาพแล้วก็ย้ายมุมไปเรื่อยๆ โดยขาดการพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนการถ่ายภาพ ซึ่งส่งผลทำให้เกิดรูปที่เป็นขยะในฮาร์ดดิสก์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ นักถ่ายภาพคงจะเคยมีคำถามกับตัวเองว่า “ทำไมรูปที่เราได้มา ไม่เห็นสวยเหมือนกับสถานที่จริง”

ปัญหารูปขยะหรือรูปไม่สวยเหมือนกับสถานที่ จริงนั้นก็มีมีสาเหตุมาจากการใช้กล้องเป็นเครื่องถ่ายเอกสารเหมือนกัน ท่านพุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า “งานหรือการกระทำที่ถือว่าเป็นศิลปะนั้น จะต้องมาจากการกระทำทีมีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แล้วจึงลงมือทำด้วยความละเอียดอ่อน เอาใจใส่ในทุกขั้นตอนของการกระทำซึ่งหลักการดังกล่าวนี้ก็สามารถนำมาใช้กับ การถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี

ผมอยากให้เพื่อนนักถ่ายภาพท่องไว้ทุกครั้งใน การออกรอบถ่ายภาพว่า “คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ” กล่าวคือ รูปที่ดีเพียงหนึ่งภาพมีคุณค่ามากกว่ารูปร้อยภาพแต่ด้อยคุณภาพ” ซึ่งในการที่จะได้รูปที่ดีในแต่ละรูป ผู้ถ่ายภาพควรจะพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนในวัตถุดิบที่จะใช้ในการสร้าง สรรค์งานศิลปะ และถามตัวเองทุกครั้งว่า ทำไมถึงรวมวัตถุดิบต่างๆ เข้ามาอยู่ในภาพถ่าย โดยในเรื่องนี้นั้น David Ward ได้กล่าวไว้ว่า สิ่งที่ยากที่สุดในการถ่ายภาพก็คือ การเลือกที่จะตัดวัตถุดิบที่ไม่ส่งเสริมให้ภาพถ่ายของเราดีขึ้นออกจากภาพ ถ่าย นอกจากนี้ผมขอฝากคำพูดของ David Ward ที่ว่า “Look Hard Think Long Then Press The Shutter” ไว้ให้เพื่อนๆ ท่องไว้ทุกครั้งก่อนถ่ายภาพครับ

สุด ท้ายนี้ผมหวังว่าบทความชิ้นนี้จะช่วยให้เพื่อนทุกคนใช้กล้องในทางสร้างสรรค์ งานศิลปะมากกว่าที่จะใช้เป็นเครื่องถ่ายเอกสารนะครับ


  •  

    กันยายน 2010
    พฤ อา
    « ส.ค.    
     12345
    6789101112
    13141516171819
    20212223242526
    27282930  
  • เรื่องต่าง ๆ ที่มีให้คุณอ่าน

  • Ads by Google

  • Links

    KKOOL DESiGN.com : Web Design & Develop / Creative / Lifestyle

    ชีวิตมันเศร้า...เล่าแล้วขำ

    ลงประกาศฟรี,สินค้ามือสอง,Marketatnation.com

    Destination Guide for Travel Around The World

    มาเก็บภาพประทับใจของเราเพื่อแบ่งให้คนอื่นดูรูปของคุณ

    สอนป้องกันตัว, สอนป้องกันตัวแบบตัวต่อตัว,สอนป้องกันตัวถึงบ้าน เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ นอกสถานที่ บีบีแบตเตอรี่ โทร. 087-908-4528
  • Copyright © 1996-2010 HutPaza. All rights reserved.
    iDream theme by Templates Next | Powered by WordPress