สายฝนที่ตกตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ยอมหยุด ทำให้ไม่อยากลุกจากที่นอนเลย แม่แต่งตัวแบบอลังการมาก คงเพราะต้องถวายพระเลยแต่งให้ดูดีนิดนึง ตอนที่ยังไม่ออกจากบ้านฝนยังตกไม่แรงเท่าไหร่ พอถึงวัดฝนตกหนักพอควร มีคนมาเต็มศาลาแล้ว เพราะท่านจันทร์บอกบุญกับญาติโยมแถวนั้นไว้ว่าจะมีคนมาถวายพระ จากการดูด้วยสายตามีคนมาทำบุญวันปีใหม่และร่วมถวายพระด้วยไม่ต่ำกว่า 100 คน
ระหว่างที่นั่งฟังพระและถ่ายรูปไปด้วย ก็มีย่า ยายทั้งหลายส่งเงินมา 20 บาทบ้าง 50 บาทบ้าง ตามกำลังที่สามารถช่วยได้ ในเมืองใหญ่ ๆ คงหาได้ยากแล้ว
พอได้เวลาอันสมควรก็ร่วมกันกล่าวคำถวายอาหารและพระพุทธรูป เมื่อถวายเสร็จท่านจันทร์ก็แม่เป็นคนคีรีวง พ่อชื่ออะไร แม่ชื่ออะไร มีใจเป็นกุศล มาถวายพระที่นี่ แล้วก็ต่าง ๆ อีกมากมาย โดยท่านอาจดีใจจนลืมไปว่า พระรูปอื่นกำลังรอฉันท์อาหารเช้าอยู่ก็ได้ มัคคทายก จึงส่งสัญญาณให้ท่านรู้ หลังจากนั้นก็เป็นผุ้ใหญ่บ้านกล่าวขอบคุณ และแจ้งเรื่องต่าง ๆ ของทางการให้ชาวบ้านรับรู้ แต่พวกเราอยู่ต่อไม่ได้แล้ว เพราะต้องไปถวายพระที่วัดนางหงษ์อีกทีหนึ่ง
ระหว่างทางที่ไปฝนก็ตกตลอดทาง พอไปถึงวัดฝนก็ตกหนักกว่าเดิม แต่กำลังศรัทธาของญาติโยมไม่หมดต่างเดินทางมาวัดไม่ขาดสาย มีกับข้าวและของหวานมาร่วมทำบุญมากมาย คนที่มาร่วมส่วนใหญ่ก็รู้จักแม่ ที่วัดนี้ตอนถวายพระมีการโยงสายสิญน์ด้วยดูมีรูปแบบกว่าที่วัดสมอ
พอถวายพระเป็นที่เรียบร้อย ก็ถึงเวลาพระฉันท์เพล ถึงตรงนี้ทำให้พวกเราเริ่มเกิดข้อสงสัยกับพระที่นำมาถวาย เนื่องจากแม่สั่งไว้ขนาดหน้าตัก 32 นิ้ว พี่น้อย และพระที่นั้นก็บอกว่าไม่น่าถึง เราจึุงทำการวัดหน้าตัก (เข่า-เข่า) ผลที่ออกมาคือพระมีขนาดหน้าตักไม่ถึง 30 นิ้ว ทำให้พวกเราคิดกันมากว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ จึงทำการถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน และนึกย้อนไปถึงพระนาคปรกที่ถวายที่วัดสมอจะมีขนาดตรงตามที่สั่งหรือไม่ พรุ่งนี้พวกเราจะไปวัดกันอีกที
หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยก็เดินทางต่อไปยังบ้านลุงทีป บ้านลุงทีปเด็ก ๆ จะชอบมาแวะพัก เนื่องจากลุงทีปเลี้ยงปลาคราฟไว้หลายตัว แต่ละตัวก็สีสันสวยงาม เพราะด้านหลังบ้านเป็นลำธารที่น้ำไหลตลอด แต่ลุงทำเขื่อนกั้นน้ำเข้าออกไว้ เพื่อไม่ให้ปลาหนี และในสวนก็มีผีเสื้อตัวใหญ่ ๆ บินด้วย แต่ช่วงที่ไปฝนตกทำให้เจอผีเสื้อแค่ตัวเดียว พี่น้อยนอนที่บ้านลุงทีป แม่เลยบอกกับพี่น้อยว่าพรุ่งนี้ (2 มกราคม 2009) เราจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร พี่น้อยจะกลับด้วยมั้ย พี่น้อยไม่ปฏิเสธ เราจึงไปยังบ้านพี่น้อยเพื่อเก็บเสื้อผ้า แต่พี่น้อยต้องไปบอกลาญาติอีกคนที่ขนอมจึงขับรถข้ามเขาไป ไม่ไกลนัก เส้นทางคล้าย ๆ ปายที่แม่ฮองสอนเลย แถมมีหมอกลงหนาด้วย หลังจากลาญาติเรียบร้อย เราก็กลับบ้านเพื่อพักผ่อน
ในช่วงที่กินข้าวกันนั้น ถึงได้รู้ข่าวเพลิงไหม้ที่ซานติก้าส่งท้ายปี มีผู้เสียชีวิตในกองเพลิงเป็นจำนวนมาก นับเป็นข่าวร้ายส่งท้ายปี้เก่าจริง ๆ…




มกราคม 29th, 2009 on 9:54 pm
สอนตูทำบ้างเลยๆ