เลือดจระเข้…ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติ ผมคงไม่คิดจะสนใจกับสิ่งนี้ มันกินได้เหรอ จะเอามาทำไม
แต่เมื่อถึงเวลานี้ถ้ามันจะมีประโยชน์อย่างน้อยก็ด้านกำลังใจก็ลองดูไม่เสียหาย การได้ยินเรื่องนี้มาจากที่แหม่มทดลองไปทำงานที่ธนาคารหลังจากหยุดพักรักษาตัวมาได้ประมาณ 1 เดือน แม่บ้านได้แนะนำเรื่องเลือดจระเข้ที่เพื่อนแม่บ้านได้กินจนมีอาการดีขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
พอทราบเรื่องจึงลองโทรติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเบื้องต้น วันเสาร์ที่ผ่านมาจึงขับรถไปเอาที่ฟาร์มจระเข้ จังหวัดสมุทรปราการ ต้องเสียค่าผ่านประตูก่อน 60 บาท แล้วก็ไปติดต่อที่สำนักงาน ตอนที่ไปถึงก็มีญาติ ๆ ของผู้ป่วยรายอื่นมานั่งรอก่อนแล้ว
ผมซึ่งเป็นรายใหม่ก็ต้องมีการสอบถามซักประวัติกันสักนิด ว่าเป็นอะไรอย่างไรก็บอกอาการกันไป แล้วก็มารอรับเลือดจระเข้ การรับนั้นผู้ที่มาต้องจำคิวกันเองว่าใครมาก่อนหลัง เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่มานั่งจำ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่แค่ 2 คนเท่านั้น กับลุงอีก 1 คนที่มาช่วยพูดคุยและบอกเรื่องราวของเลือดจระเข้ให้ฟัง
จากการยืนฟังทำให้ทราบว่าที่นี่แจกเลือดจระเข้มากว่า 30 ปีแล้ว โดยมีนักวิจัยของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นำเลือดจระเข้ไปทดลองทำให้รู้ว่าเลือดจระเข้สามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยเล็กน้อยไปจนถึงมะเร็งหรือเอดส์ คนที่มารับยาส่วนใหญ่จะเป็นการบอกกันแบบปากต่อปาก และที่นี่ก็แจกฟรีเป็นการทำบุญ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และจะเน้นแจกเฉพาะคนที่เป็นมะเร็ง กับเอดส์ เท่านั้น
ลุงบอกว่าจระเข้เป็นสัตว์รุ่นพอ ๆ กับไดโนเสาร์ แต่ยังสามารถมีชีวิตอยู่มาได้จนถึงปัจจุบัน แสดงว่ามันต้องมีการปรับตัวหลายอย่างมากไม่งั้นคงไม่สามารถอยู่มาได้จนปัจจุบันนี้
หลังจากนั้นจึงเข้าไปรับเลือด โดยจะมีเอกสารกำกับยาแผ่นเล็ก ๆ บอกว่า ห้ามแช่เย็น และผสมกับน้ำร้อน ห้ามกินของหมัก ดอง ทุเรียน (อาหารที่กินแล้วร้อนข้าง) พร้อมกับใบรับยาของผู้ป่วยที่ควรจะนำมาทุกครั้ง ถ้าไม่นำมาก็ต้องจำรหัสให้ได้ การผสมเลือดกับน้ำครึ่งแก้วใช้ครั้งล่ะ 10 หยด ดื่มก่อนนอน
ขวดยาที่ได้มาเป็นขวดที่เขียวขนาดไม่เกิน 100 ซีซี สามารถใช้ได้ประมาณ 1 เดือน ปากขวดทำไว้สำหรับใช้หยดได้เลย จะมีกลิ่นคาวนิดหน่อย เลือดที่ได้จะเป็นเลือดที่สกัดแล้ว สีของเลือดจะเป็นสีขาว
หลังจากที่ทดลองดื่มได้ 3 วัน แหม่มบอกว่ารู้สึกหลับได้สบายขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเวลานอนจะมีอาการปวดเล็ก ๆ ทำให้นอนได้ลำบาก
ก็หวังว่าจะมีสิ่งดีดีตามมา
เอกสารที่ใช้ในการรับยา
- ใบรับรองจากแพทย์ว่าป่วยเป็นอะไร
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาบัตรประชาชน
ขอขอบคุณ ฟาร์มจระเข้ จังหวัดสมุทรปราการ ที่ทำสิ่งดีดีเพื่อสังคม




พฤษภาคม 11th, 2010 on 10:51 pm
@JOMM
ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ พวกเรายังเป็นห่วง และเป็นกำลังใจให้นะครับ
พฤษภาคม 12th, 2010 on 4:17 pm
คุณ ihut ขอบคุณค่ะ ขอบคุณสำหรับคำตอบทุกครั้งที่ตอบ
มันช่วยให้เรารู้ว่ายังมีคนเข้าใจเรา
คุณ JOMM เป็นคนสระบุรี ไม่ทราบอยู่อำเภออะำไรคะ
คนบ้านเดียวกันค่ะ
พฤษภาคม 13th, 2010 on 12:00 am
ขออนุญาติแนะนำเพิ่มเติมนะคะ
พอดีได้รับฟอร์เวิร์ดเมลล์จากเพื่อนคนนึง ไม่ทราบว่าท่านมีข้อมูลกันแล้วหรือยัง
แต่ก็หวังว่า จะเป็นประโยชน์ไม่น้อยนะคะ
เรื่องราวของ อดีตหมอด้านมะเร็งที่ติดแนวหน้าของประเทศไทย รับตรวจรักษาฟรีมานานกว่า 4 ปีแล้ว แล้วแต่จะบริจาคค่ายารักษา หากไม่มีเงินก็รักษาให้ฟรี
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิณพ จันทร์วิทัน
ประวิติการศึกษา
วิทยาศาสตร์บัณฑิต (วท.บ) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
แพทยศาสตร์บัณฑิต (พบ.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ประกาศนียบัตรชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์คลีนิค (ศัลยศาสตร์ ) มหาวิทยาลัยมหิดล
วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยกรรมทั่วไป แพทยสภา
ประสบการณ์การทำงาน
โรงพยาบาลโตราโนมอน กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
โรงพยาบาลควีนแมรี มหาวิทยาลัยฮ่องกง ประเทศฮ่องกง
สถาบันมะเร็งแห่งชาติกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
โรงพยาบาล Technical University of Munich ประเทศเยอรมนี
สถาบันมะเร็ง MD Anderson รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
สถาบันมะเร็งนานาชาติ เมืองลีออง ประเทศฝรั่งเศส
รับราชการในตำแหน่งอาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระหว่าง ปี พ.ศ. 2524 – 2542
ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531
เป็นกรรมการรักษาโรคมะเร็ง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
ได้รับเลือกเป็นศัลยแพทย์นานาชาติดีเด่นของสมาคมศัลยแพทย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ประจำปี พ.ศ. 2541
ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารสมาคมมะเร็งหลอดอาหารนานาชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 – 2552
ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นปรมาภรณ์มงกุฎไทย (ปม.)
ที่ ตั้งของโรงพยาบาล อภิณพเวชกรรม อยู่ที่ 36 ถ.วรส วัสน์ ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี 18110
tel.036 246902 เฉพาะวัน จ.-ศ. เท่านั้นนะค่ะ
จริงๆมีภาพคุณหมอและถานประกอบการด้วยนะคะ @อิสระ
พฤษภาคม 13th, 2010 on 5:04 pm
เมลผมครับคุณ konkeng_ko
keno.kung@hotmail.com
มีข้อมูลอะไรดีแนะนำได้ครับ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีจากทุกท่าน
พฤษภาคม 13th, 2010 on 10:33 pm
@อิสระ
ผมเอาข้อมูลมาลงไว้ที่หน้าเวบแล้วนะครับ
ถ้างัยจะส่งไปทางเมล์ให้อีกครั้ง
http://www.hutpaza.com/index.php/2010/05/docter-cancer-cure-free/
พฤษภาคม 15th, 2010 on 12:41 am
@อิสระ
ยินดีค่ะ … ฝากเจ้าของบ้าน ihut แปะไว้ให้แล้วนะคะ คิดว่าคงเป็นประโยชน์ แล้วจะแวะเอาข้อมูลดีๆมาทักทาย + เป็นกำลังใจให้ค่ะ
พฤษภาคม 21st, 2010 on 5:30 pm
สวัสดีครับ พี่ ๆ ทุกคน เมื่อวันไปตรวจเลือดมาครับผลปกติดี
ตอนนี้รอผลเจาะปอดอย่างเดียว เพราะว่าส่งไปตรวจที่พยาธิที่กรุงเทพ หยุดทำการเลยไม่ได้ผลซักที
อีก 2 อาทิตย์หมอนัดตรวจเลือดอีกทีนึงครับ
มิถุนายน 5th, 2010 on 9:50 pm
ได้รับการบอกเล่ามาเหมือนกัน ตอนนี้ตัวผมเป็นมะเร็งตับ (เนื้องอกในท่อน้ำดี) ส่วนภรรยาผมเป็นมะเร็งเต้านม ผมอยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่สะดวกในการเดินทาง ผมอยากรับทางไปรษณีย์ ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ ขอที่อยู่ของฟาร์มจระเข้ด้วยครับจักขอบพระคุณอย่างสูง
มิถุนายน 5th, 2010 on 11:26 pm
ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการตั้งอยู่ที่ 555 หมู่ 7 ถนน ท้ายบ้าน ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดูแผนที่และรายละเอียดอื่น ๆ ที่นี่นะครับ http://www.moohin.com/004/004m003.shtml
มกราคม 13th, 2011 on 3:10 pm
สนจัยค่ะ แต่มีปัญหาตรงที่ขอใบรับรองแพทย์ยากมากค่ะ อยากหั้ยช่วยแนะนำว่าควรจาพุดกับหมออย่างรัยดีค่ะ อีกเรื่องคือ สถานที่ปัยรับคือ ฟรามจระเข้สมุทรปราการเลยชั่ยไหมค่ะ แล้วปาล์มอยู่รังสิต ต้องขึ้นรถอะไรปัยด้ายมั้งค่ะ ขึ้นปัยอนุสวรีย์ถูกค่ะแต่ต่อจากนั้นช่วยบอกหน่อยน่ะว่าต้องขึ้นรถอะไร แล้วปัยถึงแล้วต้องปัยติดต่อตรงไปหนค่ะ
มกราคม 15th, 2011 on 11:25 am
การเดินทางลองอ่านตามนี้นะครับ
“การเดินทาง ไปยังฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการนอกจากรถส่วนตัวแล้ว สามารถใช้บริการรถเมล์ ขสมก. สาย ปอ. 7, ปอ. 8 และ ปอ. 11
ซึ่งจะสุดสายพอดี หรือรถเมล์ธรรมดาสาย 25 และ 102 ไปยังจังหวัดสมุทรปราการแล้วต่อรถสองแถวสาย S. 1 และ S. 80″ หรือดูได้ที่ http://www.moohin.com/004/004m003.shtml
พอไปถึงก็ซื้อตั๋วค่าเข้า (ต้องซื้อนะครับเป็นข้อบังคับไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่ แต่ไม่เกิน 50 บาท) สามารถถามเจ้าหน้าที่ขายตั๋วได้เลยว่าจะขอรับเลือดจระเข้ได้ที่ไหน แนะนำว่าควรไปช่วงเช้า ๆ ก่อนเที่ยงครับ
มกราคม 19th, 2011 on 8:23 pm
อยากรู้ว่าเลือดจระเข้ที่สกัดแล้วมีราคาหรือค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ค่ะ และมีโทษและผลข้างเคียงอะไรหรือป่าวค่ะ
มกราคม 19th, 2011 on 8:24 pm
อยากทราบว่าโรคมะเร็งตับสามารถทานได้หรือเปล่าค่ะ
มกราคม 20th, 2011 on 2:37 am
เลือดจระเข้ที่สกัดแล้ว ถ้าไปรับที่ฟาร์มจระเข้ สมุทรปราการ ทางฟาร์มไม่คิดค่าใช้จ่ายครับ แล้วแต่เราจะบริจาค แต่ถ้าซื้อทั่วไปที่มีบอกว่าเลือดสกัดบรรจุแคปซูลก็เห็นว่าราคาค่อนข้างแพงครับ
มกราคม 20th, 2011 on 2:37 am
มะเร็งตับสามารถทานได้ครับ จริง ๆ แล้วเลือดจระเข้รักษาได้หลายโรคมากครับ
มกราคม 21st, 2011 on 9:24 pm
ถ้าไม่พาคนไข้ไป ญาติไปบอกอาการหมอจะรักษาให้ป่าวคะ หมอเค้ารักษางัยมีรายละเอียดป่าวคะ สมุนไพรเหรอคะ
มกราคม 21st, 2011 on 9:27 pm
มีแต่ประวัติหมอ แต่รายละเอียดการรักษา วิธีการ ไม่มีเลย ใครเคยไปช่วยบอกด้วยค่ะแม่เป็นมะเร็งปอด สนใจอยากรักษา
มกราคม 24th, 2011 on 2:07 am
ที่นี่เป็นการบอกกันแบบปากต่อปากครับ สิ่งที่ได้ก็คือ เลือดจระเข้ที่สกัดแล้วจำนวน 1 ขวดเล็ก เพื่อนำมาผสมน้ำดื่ม ที่ฟาร์มจระเข้ไม่มีหมอนะครับ เป็นแค่เจ้าหน้าที่ของฟาร์มแจกจ่ายเลือดจระเข้ให้เท่านั้น เป็นการรักษาแบบทางเลือกมากกว่าครับ ถ้าจะเอาทางนี้เป็นการรักษาหลักผมก็ไม่แนะนำ แต่หลายคนที่ไปเอายาในวันนั้นบอกว่าใช้แล้วอาการดีขึ้น
กุมภาพันธ์ 7th, 2011 on 2:41 pm
ขออนุญาติ copy เก็บไว้ให้คนที่้บ้านอ่านหน่อยนะ แต่จะไม่เอาไปทำอย่างอื่นสัญญา
กุมภาพันธ์ 24th, 2011 on 3:16 am
คือผมอยากแนะนำน่ะครับ
ขออธิบายสักนิดก่อนนะครับ
“มะเร็ง” คือการผิดเพี้ยนของเซลล์ในระดับพันธุกรรม ทำให้เกิดความผิดปกติต่อเซลล์ส่วนนั้น เช่นว่า การสร้างเนื้อเยื่อที่ไม่จำเป็นจนเกิดเป็นอันตราย เป็นต้น อย่างมะเร็งเกิดที่ลำไส้ นั่นหมายถึงมีการผิดเพี้ยนของเซลล์ที่บริเวณลำไส้ ที่ปอดก็คือมันเพี้ยนที่ปอด นะครับ และสาเหตุของการเกิดมะเร็งนั้น ก็มาจากหลายๆสาเหตุเช่นกัน ซึ่งมะเร็งเกิดต่างที่กันก็อาจจะมีสาเหตุคนละแบบ ซึ่งสามารถหาข้อมูลได้ทั่วไปนะครับ
วิธีการรักษาและบำบัดมะเร็งนะครับ
1. การรักษาด้วยวิธีการปัจจุบันครับ ก็จะแล้วแต่ว่าแพทย์วินิจฉัยว่าอยู่ในขั้นไหน แล้วจะให้รับการรักษาโดยวิธีใด เช่น ฉายแสง เคมีบำบัด เป็นต้น
2. การดูแลตัวเองครับ สำคัญมากเลย ก็จะมีในเรื่องของ การรับประทาน การพักผ่อน การออกกำลังกาย และสภาพจิตใจ(สำคัญที่สุดในการสู้กับมะเร็งครับ) ในเรื่องรายละเอียดต่างๆลองค้นหาดูข้อมูลได้เลยครับแนะนำให้หาจากเวบที่มีแพทย์เป็นผู้แนะนำเองจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วน และชัดเจนกว่า(ผมเกรงว่าจะอธิบายไม่ครบครับ)
3. วิธีนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยทำครับ ก็คือ การทำสมาธิครับ การฝึกสมาธิ นี่ดีมากๆเลยนะครับจะด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่(แต่แนะนำให้ฝึกสมาธิแบบวิปัสนากรรมฐานครับ จะได้ให้บุญช่วยตัดรอนวิบากกรม) ทำไมการฝึกสมาธิจึงช่วยในเรื่องของมะเร็ง เพราะว่าในขณะที่จิตของเราเป็นสมาธิ แน่นอนครับว่าทั้งกายและใจจะหยุดนิ่ง ในภาวะนั้นนะครับ ร่างกายของเรานั้นจะได้รักการพักผ่อนครับ และด้วยใจที่หยุดนั้นเอง จะทำให้ร่างกายของเรามีสภาพเหมือนการจำศีลครับ เซลล์ในร่างกายนั้นจะมีการแอคทีฟที่น้อยลงในทุกๆส่วน(คนที่ทำสมาธิได้ดีนั้น ช่วงนี้ชีพจรจะเต้นอ่อนแต่มีความสม่ำเสมอครับ) รวมถึงเซลล์มะเร็ง ที่เหมือนจะเป็นการชะลอการสร้างเซลล์ที่ผิดปกติออกมาครับ นั่นก็คือหากเราได้รับการดูแลรักษาที่ดีในช่วงที่มีสภาพใจที่เป็นสมาธินี้จะได้ผลดีมากขึ้นครับ และอีกอย่างครับ การทำสมาธิจะทำให้จิตใจปลอดโปร่ง แจ่มใส ซึ่ำงเปนเรื่องที่สำคัญที่สุดครับในการรักษามะเร็ง ลองสังเกตครับบางคนไม่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง ร่างกายก็แข็งแรงดี พอไปตรวจพบว่าเป็นมะเร็งขั้นแรก จิตใจห่อเหี่ยว แค่เวลาไม่นานมะเร็งกลายเป็นขั้นสาม ร่างกายทรุดหนักเลยครับ
4. การทานอาหารเสริมครับ จริงๆแล้วการได้รับอาหารเสริมในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอนี่สำคัญนะครับ เพราะการรักษามะเร็งมันจะทำให้ร่างกายเราอ่อนแอลงครับ เมื่อร่างกายอ่อนแอก็จะเป็นการง่ายครับที่มะเร็งจะเกิดขึ้นมาใหม่ นี่แหละที่เขาว่ามะเร็งรักษาไม่หาย พอร่างกายอ่อนแอ สภาพจิตใจก็แย่ ยิ่งทรุดหนักไปอีก การได้รับอาหารเสริม สำหรับผม ผมมองว่าเป็นเรื่องจำเป็นมากครับ แต่ในปัจจุบันนี้นะครับอาหารเสริมมีเยอะมาก ตอนนี้ได้มีข้อมูลออกมาแล้วด้วยว่า การทานอาหารเสริมแบบมั่ว อาจเป็นเหตุให้เกิดมะเร็งได้ แล้วจะหาอาหารเสริมที่ดีและเหมาะจริงๆได้อย่างไร อาหารเสริมที่ดีนั้นต้องอยู่ในรูปแบบสารเชิงซ้อนที่เป็นธรรมชาติจริงๆครับ ซึ่งปกติจะอยู่ในรูปแบบของสารเชิงเดี่ยวที่ร่างกายเรียกว่ายามากกว่า
ผมเองเคยเจอนะครับคนที่ป่วยเป็นมะเร็งปอดขั้นที่4 ก็พบมาเมื่อประมาณ3ปีก่อนแล้วมั้งครับ ก็ได้รับการรักษาตามแผนปัจจุบัน+อาหารเสริมตัวนี้เข้าไป(เป็นอาหารเสริมที่อยู่ในรูปแบบสารเชิงซ้อนที่เป็นธรรมชาติครับ) ปัจจุบันแกยังแข็งแรงดีอยู่เลยครับ (จากตอนแรกหมอไม่รับแล้วครับบอกญาติให้เตรียมใจไว้เลย) แล้วก็มีอีกหลายๆคนที่เป็นตัวอย่างคล้ายๆกันนี้ครับ ปัจจุบันก็ดีขึ้นและแข็งแรงดีครับ
ผมเองก็มาบอกต่อด้วยความหวังดีจริงๆนะครับ ไม่ได้ต้องการมาโฆษณาหรือมาขายของแต่อย่างใด เพราะผมเข้าใจครับ ว่าคนที่ต้องการความหวัง ต้องการทางรอด การได้เห็นโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปแม้เพียงวันเดียวมันสำคัญแค่ไหน เพียงแต่ว่าตัวผลิตภัณฑ์ค่อนข้างมีราคาแพงครับ(ในเคสของมะเร็งประมาณหลักหมื่นต่อเดือนครับเพราะต้องได้รับการเสริมเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากกว่าคนธรรมดา) แต่สำหรับผู้ป่วยแล้ว ก็เหมือนเป็นความหวังเป็นทางรอดที่สำคัญมากนะครับ
ยังไงก็ลองตัดสินใจดูนะครับผมมาแนะนำด้วยความหวังดีจริงๆ
ติดต่อผมได้ที่ 086-707-5112 , 08-6363-9161 ผมชื่อชนะใจ(ก๊อป) ครับ
หรือฝากข้อมูลไว้ให้ผมติดต่อกลับได้ที่ลิ้งด้านล่างครับ
https://spreadsheets.google.com/viewform?formkey=dC1jR2FZSmRBWU5JOVFBbTFtVGp2SVE6MQ
ต้องขออภัยด้วยนะครับหากข้อความนี้เป็นการรบกวน
มีนาคม 19th, 2011 on 3:52 pm
พ่อแฟนเป็นมะเร็งตับทานอาหารได้น้อยนอนไม่ค่อยหลับ ขอทราบรายละเอียด
อารหารเสริมด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
มีนาคม 22nd, 2011 on 9:57 pm
ที่มาลงในนี้ไม่ได้พูดถึงอาหารเสริมนะครับ เป็นเพียงการบอกเล่าการใช้เลือดจระเข้ ซึ้งบางคนใช้แล้วอาจได้ผลดี บางคนใช้แล้วอาจไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้
มะเร็งตับเป็นแล้วคงต้องรักษาไปตามอาการ หลีกเลี้ยงเนื้อสัตว์ เน้นกินโปรตีนจากพืช
พฤษภาคม 23rd, 2011 on 12:41 pm
ถ้าจะไปรักษาต้องติดต่อกับใครค่ะ
พฤษภาคม 23rd, 2011 on 12:46 pm
ถ้าหมอเขาไม่ให้ทานอย่างอื่นนอกจากยาหมอ แล้วเลือดจระเข้นี้เราจะสามารถทานได้หรอค่ะ
และมันจะมีผลกับยาหมอเปล่า (เป็นมะเร็งลำไส้ค่ะ)
พฤษภาคม 30th, 2011 on 11:55 am
ที่ฟาร์มจระเข้ สมุทรปราการไม่ได้มีหมอให้คำแนะนำครับ เป็นเพียงสถานที่แจกยา และมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเบิ้องต้นเท่านั้น ส่วนเรื่องมีผลกับยารักษาของแพทย์ที่รักษาหรือไม่ คงต้องปรึกษากับเจ้าหน้าที่ดูครับ ผมคงให้ข้อมูลส่วนนี้ไม่ได้
ขอให้หายเร็ว ๆ นะครับ
กรกฎาคม 22nd, 2011 on 8:27 pm
ถ้าหากเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจะกินได้มั๊ยอ่ะ
สิงหาคม 9th, 2011 on 11:01 am
ภูมิคุ้มกันบกพร่องก็สามารถช่วยได้เช่นกันครับ ขอโทษที่ตอบช้านะครับ