เลือดจระเข้…ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติ ผมคงไม่คิดจะสนใจกับสิ่งนี้ มันกินได้เหรอ จะเอามาทำไม
แต่เมื่อถึงเวลานี้ถ้ามันจะมีประโยชน์อย่างน้อยก็ด้านกำลังใจก็ลองดูไม่เสียหาย การได้ยินเรื่องนี้มาจากที่แหม่มทดลองไปทำงานที่ธนาคารหลังจากหยุดพักรักษาตัวมาได้ประมาณ 1 เดือน แม่บ้านได้แนะนำเรื่องเลือดจระเข้ที่เพื่อนแม่บ้านได้กินจนมีอาการดีขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
พอทราบเรื่องจึงลองโทรติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเบื้องต้น วันเสาร์ที่ผ่านมาจึงขับรถไปเอาที่ฟาร์มจระเข้ จังหวัดสมุทรปราการ ต้องเสียค่าผ่านประตูก่อน 60 บาท แล้วก็ไปติดต่อที่สำนักงาน ตอนที่ไปถึงก็มีญาติ ๆ ของผู้ป่วยรายอื่นมานั่งรอก่อนแล้ว
ผมซึ่งเป็นรายใหม่ก็ต้องมีการสอบถามซักประวัติกันสักนิด ว่าเป็นอะไรอย่างไรก็บอกอาการกันไป แล้วก็มารอรับเลือดจระเข้ การรับนั้นผู้ที่มาต้องจำคิวกันเองว่าใครมาก่อนหลัง เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่มานั่งจำ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่แค่ 2 คนเท่านั้น กับลุงอีก 1 คนที่มาช่วยพูดคุยและบอกเรื่องราวของเลือดจระเข้ให้ฟัง
จากการยืนฟังทำให้ทราบว่าที่นี่แจกเลือดจระเข้มากว่า 30 ปีแล้ว โดยมีนักวิจัยของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นำเลือดจระเข้ไปทดลองทำให้รู้ว่าเลือดจระเข้สามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยเล็กน้อยไปจนถึงมะเร็งหรือเอดส์ คนที่มารับยาส่วนใหญ่จะเป็นการบอกกันแบบปากต่อปาก และที่นี่ก็แจกฟรีเป็นการทำบุญ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และจะเน้นแจกเฉพาะคนที่เป็นมะเร็ง กับเอดส์ เท่านั้น
ลุงบอกว่าจระเข้เป็นสัตว์รุ่นพอ ๆ กับไดโนเสาร์ แต่ยังสามารถมีชีวิตอยู่มาได้จนถึงปัจจุบัน แสดงว่ามันต้องมีการปรับตัวหลายอย่างมากไม่งั้นคงไม่สามารถอยู่มาได้จนปัจจุบันนี้
หลังจากนั้นจึงเข้าไปรับเลือด โดยจะมีเอกสารกำกับยาแผ่นเล็ก ๆ บอกว่า ห้ามแช่เย็น และผสมกับน้ำร้อน ห้ามกินของหมัก ดอง ทุเรียน (อาหารที่กินแล้วร้อนข้าง) พร้อมกับใบรับยาของผู้ป่วยที่ควรจะนำมาทุกครั้ง ถ้าไม่นำมาก็ต้องจำรหัสให้ได้ การผสมเลือดกับน้ำครึ่งแก้วใช้ครั้งล่ะ 10 หยด ดื่มก่อนนอน
ขวดยาที่ได้มาเป็นขวดที่เขียวขนาดไม่เกิน 100 ซีซี สามารถใช้ได้ประมาณ 1 เดือน ปากขวดทำไว้สำหรับใช้หยดได้เลย จะมีกลิ่นคาวนิดหน่อย เลือดที่ได้จะเป็นเลือดที่สกัดแล้ว สีของเลือดจะเป็นสีขาว
หลังจากที่ทดลองดื่มได้ 3 วัน แหม่มบอกว่ารู้สึกหลับได้สบายขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเวลานอนจะมีอาการปวดเล็ก ๆ ทำให้นอนได้ลำบาก
ก็หวังว่าจะมีสิ่งดีดีตามมา
เอกสารที่ใช้ในการรับยา
- ใบรับรองจากแพทย์ว่าป่วยเป็นอะไร
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาบัตรประชาชน
ขอขอบคุณ ฟาร์มจระเข้ จังหวัดสมุทรปราการ ที่ทำสิ่งดีดีเพื่อสังคม




กรกฎาคม 28th, 2009 on 12:49 pm
ขอบคุณมากค่ะที่ให้คำแนะนำ ตอนนี้ดิฉันได้ไปรับยามาสองครั้งแล้วค่ะ ครั้งแรกเขาให้มา 3 ขวด ใช้ได้ 1 เดือนพอดี
พอครั้งที่สองเพิ่งไปรับมา เขาให้ขวดเดียว เลยขอเพิ่มค่ะเพราะมาบ่อยไม่ได้ เขาก็เลยไห้อีก 1 ขวด เขาบอกว่าปกติให้แค่ขวดเดียว เลยไม่ทราบว่ายานี้เก็บไว้นานๆจะเสียรึปล่าว และไม่เข้าใจอีกอย่างหนึ่งว่าทำไมเขาพูดกับเราด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีเลย หรือว่าเขาไม่เต็มใจทำงาน
กรกฎาคม 28th, 2009 on 5:44 pm
@ตา
เท่าที่รู้ พนง. ที่มาทำเรื่องแจกยาเค้ามีหน้าที่อื่นที่ต้องทำด้วยครับ
ถ้าไปในช่วงเวลาที่เค้ากำหนดไว้ประมาณ 10 โมง ถ้าจำไม่ผิดเค้าจะบริการอย่างเป็นกันเอง เพราะถ้าบ่าย ๆ เค้ามีงานของฟาร์มที่ต้องทำครับ ถ้าไปนอกเวลาที่ผมบอกก็มีโอกาสสูงที่เค้าจะอารมณ์เสียได้
สิงหาคม 7th, 2009 on 9:36 am
บริเวรไหนครับ ที่แจกเลือดจระเข้ครับ
ผมดป็นมะเร็งตับ ครับไม่รู้จะช่วยได้ไหม หมอบอกเป็นระยะสุดท้ายแล้วด้วย ขนาด 10.9 ซ.ม.
ครับมียาที่รักษาได้โปรดบอกด้วยครับ
AMNAJ_K@HOTMAIL.COM
สิงหาคม 9th, 2009 on 10:28 pm
@อำนาจ
ส่งข้อมูลให้ทางเมล์แล้วนะครับ
สิงหาคม 20th, 2009 on 4:53 pm
คุณอาของดิฉันเป็นมะเร็งตับขั้นสุดท้ายหมอบอกว่าผ่าตัดไม่ได้แล้วขนาดมะเร็งประมาณ 10 ซม เท่ากับของคุณอำนาจดิฉันไม่มีข้อมูลที่จะรักษาท่านได้เลยอยากทราบว่าเลือดจรเข้หรือยาขนาดไดจะสามารถทำให้อาการดีขึ้นบ้างได้ไหมขอขอบพระคุณสำหรับท่้านที่เอื้อเฟื้อข้อมูล
สิงหาคม 23rd, 2009 on 11:30 am
คุณอำนาจ
ผมก็เป็นมะเร็งตับขนาด 4*5 ต่อมา 7*9 (รู้4เดือนแล้ว) ตอนนี้กินน้ำสกัดเลือดจระเข้ของฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ
กินมาได้เดือนกว่า ขนาดของก้อนเล็กลงเล็กน้อย แต่ผมรักษาด้วยวิธี TOCE เป็นครั้งที่ 3 แล้วครับ
วันแรก-เดือนแรก ตกใจตั้งตัวไม่ทัน กินแต่ผักกับข้าวกล้อง-ผลไม้ตามหนังสือเกี่ยวกับมะเร็ง
ผลที่แน่ๆ คือร่างกายแย่ ทนทานไม่ไหว ตื่นตระหนก น้ำหนักลด มือชา
ผมกินหลายอย่างเลยไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้ว่าผลเป็นไปในทางบวก หรือ ลบ แต่ยังแข็งแรงเป็นปกติ
กิจวัตรประจำวันผมเป็นดังนี้
เช้าตื่นนอนประมาณ 05.30 – 6.00 น.
1.แกว่งแขนออกกำลังบนห้องนอนประมาณ 20 นาที หากมีเวลาจะฝึกโยคะตามเคเบิล
(อันนี้ดีมากเลือดลมเดินดีอย่างชัดเจนในทันทีในขณะฝึก)
2.ดื่มน้ำสกัดแครอท 1 ชาม อีก 3 นาทีดื่มน้ำเปล่า 1 ขวด แล้วเข้าห้องน้ำ-อาบน้ำ
3.กินน้ำปั่น ซึ่งประกอบด้วย หอมหัวใหญ่ 1/4หัว, ใบคึ่นช่าย 2 ก้าน, แอปเปิ้ล1/2 ลูก, ใบผักกาดหอม 2 ใบ
น้ำมะนาว 1-2 ลูก, น้ำผึ้งธรรมชาติ 1 ช้อนชา, มะเขือเทศ 1 ลูก (หากลูกเล็กใช้3-4ลูก) น้ำเปล่าครึ่งแก้ว
นำมาปั่นรวมกันกินเช้า และเย็น (บางวันผมจะเพิ่มกลางวันด้วย)
4.อีก5 นาทีต่อมากินยา Liver Detox ของ CARSON Made in Australia 1 เม็ด
สักครู่กิน(เคี้ยว)ใบว่านพญาวานร (ว่านฮง็อก) 7 ใบ แล้วตามด้วย ใบมะรุม 3 แคปซูล (ของปฐมอโศก)
สักครู่กินข้าวเช้า ประกอบด้วย
ข้าวกล้องหรือข้าวกล้องงอกหรือข้าวฮางฯ -ผัดผัก-ผักสด/ลวก-ปลา -ผัดเครื่องแกงถั่วฝักยาว
(เครื่องแกงซื้อเครื่องเทศมาปั่นเอง) ผลไม้ เช่นกล้วยน้ำว้า-ส้มโอ แคนตาลูป ฝรั่ง มะม่วงดิบกึ่งสุก
(แล้วแต่ว่าแฟนจะซื้ออะไร/ทำอะไรให้กิน) ผักต่างๆจะล้างแช่ด้วย น้ำส้มสายชู แล้วนำมาแช่ผงถ่าน
(ผงถ่านสำเร็จรูปมีขายเป็นตลับพลาสติก)
5.ยาหลังอาหาร Folic Acid 5 mg 1 เม็ด,วิตามิน B1-6-12 ของSAMBEE 1 เม็ด, ยาต้านไวรัส Zeffix 100 mg 1เม็ด,
วิตามิน Centrum 1 เม็ด, วิตามินซี ไบโอ ขนาด 1000 mg ของ KIRKLAND 2เม็ด
ทั้งหมดนี้จะอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 6.30-8.30 น.
เวลาประมาณ 10.00-11.00 น.จะหิว กินนมถั่วเหลือง วีซอย Hi CALCUIM -No Sugas 1 กล่อง
เที่ยง ก่อนอาหารว่านฮง็อก 7 ใบ หากสะดวกก็จะกินน้ำปั่น 1 ชาม (ตามข้อ3)กินข้าวกล้อง-กับข้าว-ผัก
หรือเส้นหมี่ข้าวกล้องผัดกับผักใส่ไข่ (ไข่ 2 ฟองเอาไข่แดง 1 ฟอง) คะน้า/ดอกกระหล่ำ ตามชอบ
ผลไม้ แล้วกิน วิตามิน B1-6-12 จำนวน 1 เม็ด
บ่าย3-4 โมงเย็น อาจจะกินกล้วย-ผลไม้ หากมีเวลาก็เดินออกกำลังกาย (ผมไม่ค่อยได้เดิน อาจเพราะขี้เกียจ เดินบ้าง)
น้ำแครอทสกัด 1 ชาม สักครู่กินน้ำผักปั่น 1 ชาม
6โมงเย็น กินใบว่านฮง็อก 7 ใบ, มะรุม 3 แคปซูล, กินข้าว แล้วหลังอาหารกิน วิตามินซี 2 เม็ด (วันละ 4000 mg),
วิตามิน B1-6-12 จำนวน 1 เม็ด
ก่อนนอน ทำจิตรใจให้สงบ พยายามอย่าคิดเล็กคิดน้อยใครจะทำยังไงก็ปล่อยเค้า มันเป็นเช่นนี้เอง
และจะอ่านหนังสือธรรม-การฝึกจิตร (ได้บ้างไม่ได้บ้างตามประสา แต่ที่แน่ๆ ช่วยด้านจิตรใจได้มากๆ สงบลงแยะ
สุขขึ้นแม้รู้ว่าจะอยู่ไม่นาน)
อ่านหนังสือแปล และกินน้ำสกัดเลือดจระเข้ (น้ำเปลาธรรมดาไม่แช่เย็นเกือบครึ่งแก้ว หยดน้ำสกัด 10 หยด ไม่คาว กินง่ายมากๆ)
ของฟาร์มจระเข้
เนี่ย วันที่ 28 ก็ต้องทำ TOCE ครั้งที่ 4 ยังไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร
อ้อลืมบอกไป อาหาร/กับข้าวทุกอย่าง ผมจะไม่มีชูรส-น้ำตาล-น้ำมันพืช/หมู-น้ำปลา
แต่จะใช้น้ำมันมะกอกที่ขายในห้างน่ะ เล็กน้อยในการเจียวใข่ (นิดเดียวพอเคลือบกระทะ)
ความหวานของอาหารจะได้จากหอมหัวใหญ่ ความเค็มนิดหน่อยจะได้จากซีอิ๊วขาว
และเกลือกระปุกเล็กๆ (ราคา 40 กว่าบาท) ในห้างน่ะ อ้อ มีตำส้มตำด้วย แฟนตำเองมี มะละกอ-พริก3/4 เม็ด
มะเขือเทศ (ได้หวานอมเปรี้ยว) ถั่วฝักยาว มะนาว ซีอิ๊วขาวนิดหน่อย อร่อยมากกินกับผักสดได้แยะเลย ผักติ้ว/แค/ถั่วพลู
ตอนนี้คิดว่าจะลอง Detox โดยใช้กาแฟ (สวนทวาร) ซื้ออุปกรณ์ครบแล้ว ยังไม่ได้ลองเลย
ที่เขียนมานี้คือวิถีชีวิตจริง แต่ไม่รู้ว่าจะ + หรือ –
เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตยืนยาวแค่ไหน และไม่รู้ว่าที่ปฏิบัติอย่างนี้จะเป็นคุณหรือโทษ
หนังสือธรรม-การฝึกจิตร (หาซื้อมือสอง-เพื่อนให้ยืม-อ่านจาก Internet เป็นหลัก) ช่วยได้มาก
ตอนนี้คลายปมความเป็นห่วงลูก-เมียได้แยะมาก วางแผนการเงิน ชีวิตอันสั้นของตนเอง และอนาคตอันยาวของลูก-เมีย
ที่จะต้องอยู่ต่อ ได้อย่างลงตัวแล้ว คงเหลืออีกนิดเดียวซึ่งจะลงตัวในเวลาอันใกล้นี้
สรุปคือ หมดห่วงครับ สบายใจได้มากจริงๆ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่มีทุกข์เช่นเดียวกันบ้าง ไม่มากก็น้อย แลกเปลี่ยนกันนะครับ
เพราะผมก็อยากรู้ว่าผู้ที่เป็น และดำรงชีวิตอยู่ได้ยาวนาน มีวัตรปฏิบัตรประจำวันอย่างไร
จะได้ดำเนินตามบ้างในแนวที่เหมาะแก่ตัวผมเอง
ขอบคุณครับ
สมชาย วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2522 เวลา 17.53 น.
สิงหาคม 23rd, 2009 on 11:59 pm
ขอบคุณสำหรับข้อมุลในการรักษาตัวดีดีแบบนี้นะครับ
สิงหาคม 25th, 2009 on 6:01 am
ขอขอบคุณ คุณสมชายและคุณiHut มากๆครับที่ให้คำแนะนำ ขอถามคุณสมชายครับ ตอนนี้ได้ทำงานอยู่หรือเปล่าครับ ผมทำงานอยู่ครับไม่ค่อยมีเวลาเลยครับ หรือผมจะลาออกดีครับ จะได้มีเวลาในการรักษาตัวมากขึ้น ตอนนี้ก็มีแต่เป็นห่วงลูกเมียมากกว่าครับ เลยต้องมาทำงานเพราะแฟนไม่ได้ทำงานครับ เมื่อวานก่อนไปหาหมอที่เป็นแพทย์ทางเลือกมา หมอแนะนำว่าคนที่เป็นมะเร็งตับ เน้นตับนะครับ ไม่ควรDetox โดยใช้กาแฟ (สวนทวาร)ครับ ตอนแรกผมก็อ่านใน Net เหมือนกันครับ กำลังจะไปซื้อมาทำเหมือนกันครับ แต่พอดไปเจอหมอที่ร้านพอดี คุณหมอเลยแนะนำว่าไม่ควรใช้กาแฟรับ สำหรับมะเร็งตับครับ ควรใช้คลอโรฟิล หรือน้ำย่านางจะดีกว่าครับ ไม่ทราบคุณสมชายอยู่ที่ไหนครับ ผมอยู่โคราชครับ
สิงหาคม 25th, 2009 on 6:09 am
สิงหาคม 25th, 2009 on 6:17 pm
คุณอำนาจ ครับ
ผมทำงานรับราชการอยู่ที่จังหวัดสระบุรี (ในเมืองสระบุรี) โชคดีของผมคือบ้านพัก อยู่ติดกันกับที่ทำงาน
แฟนไม่ได้ทำงานครับเลยมีเวลาดูแลเอาใจใส่ หากจำเป็นจะต้องไปทำงานต่างท้องที่ในวันเดียวกัน ผมจะห่อข้าวไปกินด้วยครับหากจำเป็นต้องกินที่ร้านอาหาร ก็จะเลือกที่ไม่มีไขมันหรือไขมันน้อยที่สุด ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวจะไม่ให้แม่ค้า ปรุงรสเพิ่มไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเจียว กระเทียมเจียว ผงชูรส น้ำปลา
ค่ารักษาพยาบาลโรคนี้แพงนะครับ ผมทำ TOCE ครั้งนึงหลายหมื่นบาทครับ ถ้าผมเบิกไม่ได้แย่เลยครับ ผมทำ TOCE ที่ รพ.ศรีนครินทรฯที่ขอนแก่นครับ(พี่สาวผมแนะนำให้ทำที่นี่ครับ) 24 กย ต้องไป CT Scan 28 กย. TOCE (นอน 2-3 วัน)
คุณอำนาจ รักษาตัวด้วยวิธีอะไรครับ โรงพยาบาลที่ไหนครับ
ถ้างานหนักแต่มีฐานะเพียงพอ ก็รักษาตัวอยู่ให้สุขกายสบายใจเถอะครับ ผมน่ะอยากลาออก แต่จำต้องพึ่งค่ารักษาพยาบาลและรายได้ ตอนนี้ก็พยายามไม่ทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ (เดิม ทุ่มเทมาก เช้า 7.00-7.30 ทำงานแล้วครับ เลิกงาน18.00 น เสาร์อาทิตย์ก็ไปนั่งทำงาน) แต่เดี๋ยวนี้เบาลงมากแล้ว พรรคพวกก็คอยเตือน อ้อ..ผมอายุ 45 ปีเศษ
คุณอำนาจครับ อย่าห่วงลูกเมียให้มากนักนะครับ ตอนที่ผมรู้ว่าเป็นมะเร็ง ผมกลุ้มเลยห่วงลูกเมียมาก มันจะห่วงลูกการเป็นอยู่และการศึกษาในอนาคต และห่วงเมียรวมถึงหวงเมียเหมืิอนผมเป็นเจ้าของชีวิตเค้า คิดต่างๆนาๆว่า ลูกเมียจะอยู่ยังไง เค้าจะมีสามีใหม่อะไรยังไง คิดร้อยแปด แต่เมื่อได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับธรรมกับชีวิต/ชีวิตหลังความตาย รวมทั้งหนังสือเกี่ยวกับการฝึกจิตร ช่วยได้แยะมากครับ (ผมเองเข้าใจมั่งไม่เข้าใจมั่ง แต่ก็ดีนะครับ) เมื่อผมจากไป ลูกเมียก็ต้องมีชีวิตต่อไป ชีวิตต้องดำเนินตามกรรมครับ เพียงแต่เราตระเตรียมส่วนหนึ่งให้เค้า ที่เหลือเค้าต้องทำเองหาเอง และสุดท้ายเค้าก็ลงเอยเช่นเดียวกัน
ขอบคุณมากครับสำหรับเรื่อง Detox ก็อ่านพบเหมือนกันในหนังสือหลายเล่มที่มีอยู่
ตอนนี้สุขภาพกาย/ใจดีมาก ไม่กลัวครับ กลัวอย่างเดียว กลัวความทรมานทางร่างกายในช่วงวาระสุดท้าย
อ้อ..เรื่องน้ำยาสกัดเลือดจระเข้ ของฟาร์มจระเข้สมุทรปราการน่ะ เพื่อนผมเค้าแนะนำ ผมเลยหาข้อมูลใน Net แล้วโทรไปคุยกับเจ้าหน้าที่ จนท.เค้าบอกว่าหากคนไข้ป่วยมาไม่ได้ ฝากญาตไปแทนได้ แต่ต้องมีเอกสารอะไรที่ยืนยันว่าเราเป็นมะเร็งจริง แล้วเค้าจะซักถามประวัติ/อาการเพื่อบันทึก สำหรับผมได้มา 2 ขวด กินประมาณ เดือนเศษก็หมดครับ ต้องฝากพวกไปรับยาครับ เขียนซะยาวเลยทำไงได้ ก็ได้คุยกับคนในสังคมโรคเดียวกัน
ขอให้คุณอำนาจโชคดีนะครับ แข็งแรงนะครับ
ยินดีมากที่ได้แลกเปลี่ยนกันครับ
สิงหาคม 26th, 2009 on 12:52 pm
ครับ ผมก็ใช้สิทธิ์ของประกันสัวคมครับ ที่แรกเขาไม่ยอมให้เหมือนกันครับ ได้หน้าหน้าที่ทำง่านตามให้ครับเขารู้จักคนใหญ่ๆโตๆ นะครับทางประกันสังคมก็เลยยอมครับ ที่แรกรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเซนต์เมรี่โคราชครับ และต่อมาได้ไปหาหมอที่ขอนแกนเหมือนกันครับ เขานัดให้ไปผ่าตัดออกแต่พ่อแม่ และผมเองก็ไม่กล้าไปผ่าออกครับ เพราะเท่าที่ได้ศึกษามาผ่ตัดแล้วอยู่ได้ไม่นานครับรักษาแบบธรรมชาติบัมบัดดีกว่าครับ และครวบคุมอาหารการกินด้วย ตอนแรกที่รู้ตัวว่าเป็นระยะแรกๆมีคนเอากระดูกงูจงอาง ลงอาคมมาให้กินครับ ข้อละ 500บาทรู้สึกดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดมากครับ แต่ตอนนี้ไม่ไมแล้วกระดูกงูหมดครับ หาไม่ได้ถ้าใครมีหรือเห็นแหล่งที่มาของงูกรุณาแจ้ง ด้วยนะครับจะขอบคุณเป็นอย่างมากครับ
สิงหาคม 26th, 2009 on 12:53 pm
มีคาถาอยู่บทหนึ่งบอกว่า *** เป็นมะเร็งท่องบ่น จะไม่ลุกลามต่อไป และอาจจะหายได้ ผมเคยเล่าให้หมอ นายพลหมอ บอกว่าเป็นไปได้เพราะหากท่องคาถาด้วยความเชื่อมั่น จิตสงบ มะเร็งมันไม่มีเชื้อโรคติดต่อ *** มันจะหยุดการเติบโต แต่ยิ่งกลัวมันมาก ไปกินอาหารที่มันชอบ มันจะลุกลามอย่างรวดเร็ว คาถาบทนี้ของหลวงปู่แสงคือ ” ระโช หะระนัง ระชัง หะระติ” สั้นแค่นี้ผมท่องทุกครั้ง รอกเขามาครับลองดูนะครับ
กันยายน 5th, 2009 on 12:43 pm
ขอบคุณมากคะที่แนะนำ คุณพ่อของดิฉันเป็นมะเร็งปอด ขั้นที่ 3 กำลังรอฉายแสงและทำเคมีบำบัด ยังไม่เคยลองรับประทานเลือดจระเข้ ไม่ทราบว่า มีผลข้างเคียงอย่างอื่นบ้างมั้ยคะหลังจากรับประทานยาแล้ว แล้วถ้าเป็นเนื้องอกนี่สามารถทานเลือดจระเข้ได้ด้วยรึป่าวคะ…
กันยายน 6th, 2009 on 3:45 pm
@สุรนิตย์
ผมคิดว่าผลข้างเคึยงไม่น่าจะมีนะครับ ถ้าจะให้แน่ใจควรติดต่อผู้เชียวชาญ หรือสอบถามทางฟาร์มจระเข้น่าจะดีกว่า เพราะเท่าที่อาจสรรพคุณต่าง ๆ ก่อนจะไปรับยา (หาในอินเทอร์เน็ต) ก็ไม่มีการกล่าวถึงผลข้างเคียงครับ
กันยายน 7th, 2009 on 5:23 pm
ตอนนี้ผมหยุดกินเลือดจระเข้ของฟาร์มจระเข้ มาได้ 4 วันแล้ว จะทดลองดูว่า อาการที่เกิดกับผมใช่เกิดจากเลือดจระเข้หรือไม่
คือว่า ผมกินมาได้ประมาณเกือบ 2 เดือนแล้ว พอกินได้ประมาณไม่ถึงเดือน หน้าผาก และใบหน้าบริเวณข้างแก้มทั้ง 2 ข้างจะมีเม็ดผดเหมือนสิว เวลาล้างหน้าหรือลูบจะรู้สึกขรุขระแข็งจากบริเวณหัวเม็ดผดเล็กๆ แต่มันไม่ใช่สิวนะ เล็บแกะสกิดบริเวณหัวเม็ดผดก็หลุดออก แต่เม็ดผดยังอยู่นะ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเลือดจระเข้ หรือจากวิตามินซี
พอหยุดกินมา 4 วัน เพื่อทดลอง ปรากฏว่า ไอ้ที่หัวแข็งๆน่ะไม่มีแล้ว คือ จะรู้เมื่อมือลูบ แต่เม็ดผดยังอยู่ (รู้สึกว่าน้อยลง)
หรือว่าผิวหนังกำลังแปลงร่างเป็นจระเข้…เอ้าฮา คิดว่าเดี๋ยวก็จะกินต่อ
เลยไม่รู้ว่าหยุดกินยา แล้วตับจะดีขึ้นหรือแย่ลง มองไม่เห็น
ตุลาคม 2nd, 2009 on 12:42 pm
คุณ JOMM ครับ หลังจากกินเลือดจระเข้แล้ว ได้ไปตรวจบ้างหรือเปล่าครับ ผมเป็นอย่างไรบางครับ
ตุลาคม 2nd, 2009 on 12:45 pm
กรมอนามัยวิจัย 10 ผลไม้ไทย มีสารต้านมะเร็งสูง นางนัทยา จงใจเทศ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากการทำวิจัย “องค์ความรู้เรื่องปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในผลไม้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ (วิตามินซี วิตามินอี และ เบต้าแคโรทีน) ในผลไม้” ที่ทำการศึกษาในผลไม้ 83 ชนิด พบว่า
ผลไม้ 10 อันดับแรกที่มีเบต้าแคโรทีนสูงคือ
1. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
2. มะเขือเทศราชินี
3. มะละกอสุก
4. กล้วยไข่
5. มะม่วงยายกล่ำ
6. มะปรางหวาน
7. แคนตาลูปเนื้อเหลือง
8. มะยงชิด
9. มะม่วงเขียวเสวยสุก
10. สับปะรดภูเก็ต
ผลไม้ทั้งหมดนี้มีเนื้อสีเหลืองและสีเหลืองเข้ม
ส่วนผลไม้ที่ไม่มีเบต้าแคโรทีนเลย
1. แก้วมังกร
2. มะขามเทศ
3. มังคุด
4. ลิ้นจี่
5. สาลี่
10 อันดับแรกของผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงคือ
1. ฝรั่งกลมสาลี่
2. ฝรั่งไร้เมล็ด
3. มะขามป้อม
4. มะขามเทศ
5. เงาะโรงเรียน
6. ลูกพลับ
7. สตรอเบอร์รี่
8. มะละกอสุก
9. ส้มโอขาว
10. แตงกวา
11. พุทราแอปเปิล
การศึกษานี้พบผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง 10 อันดับแรกคือ
1. ขนุนหนัง
2. มะขามเทศ
3. มะม่วงเขียวเสวยดิบ
4. มะเขือเทศราชินี
5. มะม่วงเขียวเสวยสุก
6. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
7. มะม่วงยายกล่ำสุก
8. แก้วมังกรเนื้อสีชมพู
9. สตรอเบอร์รี่
10. กล้วยไข่
ผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และวิตามินอีน้อยทั้ง 3 ตัว คือ สาลี่ องุ่น และแอปเปิล
ส่วนผลไม้ที่มีสารทั้ง 3 ตัว (เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และวิตามินอี)ค่อนข้างสูงคือ มะเขือเทศราชินี
ทั้งนี้ เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและอี เป็นกลุ่มของสารอาหารที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่ก่อให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ทำลายเนื้อเยื่อ เกิดต้อกระจกในผู้สูงอายุ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด สารทั้ง 3 ตัว โดยเฉพาะ เบต้าแคโรทีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ ป้องกันเนื้องอก ลดความเสี่ยงการเป็นต้อกระจก มะเร็งและหัวใจได้ จึงควรรับประทานผลไม้ในปริมาณมากพอสมควรทุกวัน หรืออย่างน้อยวันละ 4 ส่วนของอาหารที่รับประทาน เพื่อสุขภาพที่ดี.
ทานกันเยอะๆนะครับ! ผมเห็นมะเขือเทศราชินี วางขายเกลื่อนเลย กล่องละ 10 บาท เยอะแยะ จิ้มพริกเกลือก็อร่อยดีน๊า
ตุลาคม 2nd, 2009 on 12:48 pm
อีกอย่างครับ
กินผักติ้ว ผักเม็กกันสู้มะเร็ง
ผมปลูกผัก ติ้วไว้สองต้น ซื้อมาต้นละ 15 บาท เอาลงหลุมใกล้ ๆกันเลยครับ จะได้เก็บที่เดียว วันนี้สูงท่วมหัว ยิ่งเด็ด ยอดยิ่งแตก เป็นผักที่กินแกล้มอาหารได้ทุกอย่าง เก็บกินได้ทุกเมื่อ รสชาติเปรี้ยว ๆ กลมกล่อม บางทีก็เอามาใส่แกงอ่อม แกงเห็ด ช่วยปรุงรสอาหาร
วันนี้ได้ข้อมูลที่น่าสนใจ ผักติ้วมีสารหลายตัวช่วยต้านมะเร็ง
โดย: อืด [18 มิ.ย. 49 12:52] ( IP A:124.121.174.154 X: )
ความคิดเห็นที่ 1
ข้อมูล จากสถาบันการแพทย์แผนไทย ว่าผักติ้วมีสารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระสองตัวคือ วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน ส่วนตัวเขียว ๆนั้น ยังไม่แน่ใจครับว่ามีสารที่เป็นประโยชน์อย่างไรบ้าง ใครจะลองกินดูไหมครับ
ผักพื้นบ้าน อาหารต้านโรคร้าย
ไขมัน ในเลือดสูง ความดันเลือดสูง โรคหัวใจและเบาหวาน เป็นโรคความเสื่อมของร่างกายกลุ่มหนึ่งที่คุกคามสุขภาพของคนไทย และนับวันจะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น อันมีที่มาจากสารเสียที่เรียกว่า “ อนุมูลอิสระ” ที่เกิดจากการเผาไหม้หรือกระบวนการออกซิเดชั่น ร่างกายรับเข้าไปหลายทาง เช่น ควันพิษจากบุหรี่ ควันจากรถยนต์ จากโรงงาน สารเคมีในอาหารประเภทปิ้ง ย่าง ทอด รวมถึงความเครียด เป็นต้น
ผัก พื้นบ้านมีคุณสมบัติหลายประการที่เหมาะทั้งการป้องกัน และช่วยรักษาโรคความเสื่อมของร่างกายทั้งกลุ่มได้ เพราะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นดังนี้
อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ สีที่เขียวและรสที่ฝาดของผักพื้นบ้านจะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก มีทั้งวิตามินเอ เบต้า-แคโรทีนและวิตามินซี
ผักที่มีเบต้า-แคโรทีนสูง เช่น ยอดแค ใบกะเพราะ ใบขี้เหล็ก ผักเซียงดา ผักติ้ว ผักกระเฉด แครอท
ผักที่มีวิตามินเอสูง เช่น ใบยอ ใบย่านาง ใบชะพลู ยอดและใบตำลึง ผักกูด ผักแพว ผักชีลาว ผักแว่น ใบบัวบก ใบเหมียง ใบกระเจี๊ยบ
ผักที่มีวิตามินซีสูง เช่น ดอกขี้เหล็ก ใบเหมียง ผักหวาน ผักเซียงดา ใบยอ ผักแพว ผักไผ่ ผักชีลาว ผักติ้ว
ข้อมูลจาก
http://www.thaimedi.com/data_herb/herb13.html
ตุลาคม 3rd, 2009 on 1:16 pm
เปิดมาเจอพอดี..
ทำ CT เ้มื่อ 24 กย 52 TOCE ครั้งที่ 4 เมื่อ 28 กย 52 (ครั้งนี้คุณหมอทำได้สุดยอดมากๆเลย ไม่มีเจ็บ ทำเช้า 28 เย็น 29 กลับ)
ผล CT ปรากฏว่า ตัวก้อนเนื้อเป็นก้อนดำๆ เกือบเต็มก้อน ซักประมาณ 70-80 % คุณหมออธิบายว่าผลการรักษาตอบสนองดี ที่เห็นเป็นสีดำ คือเนื้อที่ตายแล้วจากภายในก้อน
คือ ผมไม่รู้ว่าที่ดีขึ้นเกิดจากอะไร แต่ที่แน่ๆ คือการทำ TOCE (คงยืดระยะเวลาได้อีกระยะหนึ่ง)
เนี่ยเพิ่งกลับมา อาการยังเพลีย ปวดเมื่อย ระบมหน้าท้องอยู่เลย
อ้อ..เมื่อ2 เดือนที่แล้วผมกินมะเขือราชินีทุกวันๆละพอสมควร
ขอไปนอนพักก่อนนะครับ
ตุลาคม 4th, 2009 on 2:07 am
ผมขอดีใจกับคุณจอมด้วยนะครับ ที่มีอาการดีขึ้นตามลำดับ ขอให้มีความสุขกับครอบครัวและชีวิตให้มาก ๆ นะครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ
ตุลาคม 5th, 2009 on 10:06 am
ดีใจด้วยครับ กับสุขภาพที่ดีขึ้น แล้วขนาดของก้อนเนื้อที่ตายแล้วนี้หมอบอกไหมครับ ว่าจะกลับมาดีเหมือนเดิมได้ไหม และที่เขาบอกกันว่ามีการฝ่อตัวลงนี้ป็นอย่างไร มีใครบอกจะทราบไหมครับ เช่นมีขนาดของก้อนมะเร็งเล็กลงนะครับ ผมไม่เข้าใจ ขอบคุณครับ
ตุลาคม 7th, 2009 on 12:10 pm
ขอบคุณทั้ง 2 ท่านครับ
ก็ยังคงเป็นมะเร็งอยู่ครับ
เพียงแต่มันยุบลง เพราะเนื้อบางส่วนมันตายน่ะครับ อย่างว่าละครับ TOCE เป็นการยืดระยะเวลาเท่านั้นน่ะครับ 3
สำหรับตอนนี้ผมไม่มีเครียดเรื่องมะเร็งเลยครับ เฉยๆ (ร่างกายภายนอกปกติดีทุกอย่าง)
กลัวขั้นตอนเดียวครับ ขั้นตอนก่อนจากไปที่จะต้องทนทุกข์สังขารทรมานประมาณ1-2เดือนสุดท้ายนี่ล่ะ (ผมก็คงจะเป็นเช่นเดียวกันกับคุณแหม่มแฟนคุณ ihut และคนอื่นๆอีกหลายคน)
ตอนนี้เตรียมความพร้อมของจิตรใจ และอยากให้ติดตา คือ กำลังจะหาภาพพระพุทธรูปที่งดงามจับใจของตัวเราเอง ติดไว้ตามฝาผนังห้องนอนฯ/โต๊ะทำงาน ในตำแหน่งที่เห็นประจำและสงบ จะได้จำติดตา/ใจ/ความรู้สึก เวลาถึงขั้นตอนสำคัญที่จะสิ้นสุดการเดินทางและเริ่มเดินทางใหม่จะได้ยึดเหนี่ยวไว้ไม่หลุด
กลางเดือนพฤศจิกายน 2552 ต้องไป TOCE ครั้งที่ 5
ตุลาคม 7th, 2009 on 12:22 pm
ผมขออนุโมทนากับแนวคิดที่จะหาภาพพระพุทธมาติดนะครับ ถ้าไม่รบกวนใครเปิดบทสวดฟังไปด้วยก็ดีนะครับ
ตุลาคม 7th, 2009 on 6:27 pm
เมื่อรู้ตัวว่าป่วย และหายตกใจตั้งหลักได้แล้ว (ใช้เวลา 1 เดือน) ก็อ่านหนังสือเกี่ยวกับจิตและธรรม
เมื่อวาระสุดท้ายใกล้จะดับลง หากสำนึกในจิต นึกเห็นและยึดมั่นในสิ่งดีๆ เห็นแต่ภาพที่ทำบุญ หรือพระพุทธองค์ โดยจิตไม่หลุดจากภาพสิ่งดีๆเหล่านี้ เชื่อกันว่าจะเกิดในภพภูมิที่ดีๆ แต่หากจิตไม่ยึดมั่นและภาพสิ่งที่ไม่ดีในชีวิตบังเกิดในช่วงสุดท้ายของชีวิต ว่ากันว่า จะตกในนรกภพภูมิที่ไม่ดี หรือเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน
จึงจำเป็นที่ต้องฝึกจิตเอาไว้ และทำบุญ สิ่งดีงามจะได้ยึดมั่นในสำนึกตลอดเวลา เผื่อว่าช่วงวาระสุดท้ายมาถึงซึ่งมีเพียงครั้งเดียว สอบแก้ตัวใหม่ไม่ได้ จะได้ไม่พลาด
ตุลาคม 8th, 2009 on 9:42 pm
อนุโมทนาด้วยครับ เดินมาถูกทางแล้วครับ
ตุลาคม 12th, 2009 on 12:34 am
ขอเปนกำลังใจให้ทุกคนที่ป่วยอยุ่นะคะ
สู้ค่ะ ชีวิตต้องดำเนินต่อไป เข็มแข็งนะคะ
คุณแม่เป็นที่ปอดค่ะ
ตอนนี้ทานยา tarceva อยุ่ ค่าใช้จ่ายสูงมากค่ะ เบิกไม่ได้เลย
ใครพอจะรู้มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วย รบกวนหน่อยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สู้ๆนะคะทุกคน
ตุลาคม 19th, 2009 on 1:42 pm
น่าสนแหะ มีประโยชน์จิง ๆ
พฤศจิกายน 3rd, 2009 on 11:05 am
ต้องการแลกเปลี่ยนความคิด เรื่องมะเร็งครับ ใครเป็นมะเร็งบ้างครับ ใช้ชิวิตอย่างไร กินอะไรรักษา ของผมเป็นมะเร็งที่ตับครับ
พฤศจิกายน 20th, 2009 on 10:58 am
คุณ สมชายยังอยู่ดีอยู่ไหมครับ ผมสบายดีครับ กินยาสมุนไพรไปหลายตัวเหมือนกันครับ ไม่มีอาการอะไรเลยครับเหมือนคนปรกติเลยครับ แล้วคุณสมชายเป็นอย่างไรบ้างครับ โทรมาคุยกับผมบ้างนะครับ อำนาจ 0857629097 ครับ
พฤศจิกายน 21st, 2009 on 8:27 am
ใครรักษาที่สถาบันจุฬาภรณ์บ้าง กรุณาช่วยให้ข้อมูลหน่อย ขอบคุณล่วงหน้า
ธันวาคม 12th, 2009 on 7:30 pm
คุณอำนาจครับ
ผมยังสบายดีอยู่ครับ ตอนนี้กำลังรับยา Nexavar อยู่ครับ
แล้วจะโทรหานะครับ
ธันวาคม 12th, 2009 on 7:30 pm
คุณอำนาจครับ
ผมยังสบายดีอยู่ครับ ตอนนี้กำลังรับยา Nexavar อยู่ครับ
แล้วจะโทรหานะครับ
สมชาย…
ธันวาคม 14th, 2009 on 11:42 am
ครับดีใจมากๆๆ เลยครับสบายดีเหมือนกันครับ ตอนนี้ผมไปเอาเลือดจระเข้มากินบ้างแล้วครับ ก็ยังปรกติดีอยู่ครับ
ยา Nexavar นี้เป็นยาอะไรครับ ผมมีเพื่อนที่กินยาแร็งๆของต่างประเทศแล้วไตรับไม่ได้เสียชีวิตมานะครับ เห็นเมียของเขาบอกว่าตัวยาราคาประมาณ 200,000 บาทนะครับ ไม่รู้จะตัวเดียวกันไหมอย่าทดลองยาที่มีประสิทธิ์ภาพแรงเกินไปนะครับ เป็นห่วง ว่าแตคุณสมชายสภาพร่างกายตอนนี้แข็งแรงดี ปรกติอยู่นะครับ มีรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ เล็กๆน้อยๆที่ท้องบ้างหรือเปล่าครับ ของผมบางครั้งมีบ้างนะครับ ไม่รู้ผิดปรกติหรือเปล่า
ธันวาคม 24th, 2009 on 12:57 pm
คุณสมชายครับ
ไม่ว่ากินยาแล้วผมเป็นอย่างไรบ้างครับ เคยได้ยินเรื่องกินน้ำมะพร้าวไฟรักษามะเร็งบ้างไหมครับ
มะพร้าวไฟสกัดรสธรรมชาติ สกัดจากมะพร้าวไฟพันธุ์ดี ผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาด และถูกหลักอนามัย ไม่ใช้วัตถุปรุงแต่สี
บริษัท ฟรีไลฟ์ ดีไซน์ จำกัด (Freelife Designs Co., Ltd.)
111 หมู 1,ต.ดอนพุด จ.สระบุรี 18210, Thailand
โทร. 036 385 460
เห็นอยู่สระบุรีนะครับ เผื่อสนใจครับ
มกราคม 4th, 2010 on 10:50 am
สวัสดีปีใหม่ 2553 ขอให้คนทีป่วยด้วยโรคร้ายทุกโรคจงหายจากโรคที่ป่วยอยู่ณ ปัดนี้ด้วยเทอญ……สาธุๆๆๆๆๆๆ
มกราคม 4th, 2010 on 4:11 pm
ทานเลือดจระเข้สดๆ ได้จริงหรือ และมันไม่มีเชื้อโรคเข้าร่างกายเราหรือค่ะ และมันช่วยรักษาโรคได้จริงหรือ และคนเป็นไวรัสตับอักเสบบีกับโรคโรมาตอยทานได้เปล่า มีญาติเป็นจะได้บอกให้เขาลองทานดู
มกราคม 6th, 2010 on 2:14 pm
ไม่ใช่เลือดจระเข้สด ๆ ครับ เป็นเลือดจระเข้ที่สกัดแล้ว
ส่วนรายละเอียดสอบถามกับทางฟาร์มจระเข้ สมุทรปราการน่าจะดีที่สุด
มกราคม 22nd, 2010 on 11:19 am
คุณสมชายครับ
สวัสดีครับ วันเสาร์ที่ 23 ม.ค. ผมจะไปหามะพร้าวไฟสกัดรสธรรมชาติ สกัดจากมะพร้าวไฟพันธุ์ดี ผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาด
เห็นอยู่สระบุรีนะครับ เผื่อสนใจไปด้วยกันไหมครับ
กุมภาพันธ์ 6th, 2010 on 8:41 pm
ลุงเพื่อนเป็นมะเร็งเหมือนกันแต่ตอนนี้ค่ามะร็งเหลือในระดับที่ต่ำมากเพราะกินว่านเงาะค่ะ พอดีแม่เป็นก็ให้แม่ลองทานดูก็ดีขึ้นจริงๆ ของอย่างนี้ปากต่อปากมากกว่า ป้าเช็งก็ดีนะใครว่ายังไงก็ช่าง ภูมิปัญญาคนไทย
กุมภาพันธ์ 16th, 2010 on 8:49 pm
อยากให้คุณสมชายงดวิตามินซีลงหน่อยครับผมว่ามันมากไปครับ แต่ทุกอย่างที่ปฎิบัติโอเคหมดแล้วโดยเฉพาะว่านง็อกดีมาก อีกตัวที ญี่ป่นเค้าศึกษาคือ เห็ดชิตาเกะรักษาโรคมะเร็งตับครับ ไม่รู้ว่าเมืองไทยเรียกว่าเห็ดหอมหรือเปล่าใช่อันเดียวกันหรือเปล่า ผมก็มีโอกาสแต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ครับ ขอให้ชีวิตที่เหลืออยู่ มีความสุขกับครอบครัวมากๆนะครับ ขอให้อยู่ได้นานๆอีกเป็นสิบปีครับ
กุมภาพันธ์ 18th, 2010 on 9:30 pm
สวัสดีค่ะ…อยากทราบว่าที่ฟาร์มเค้าแจกเลือดบริเวณไหนค่ะ และแจกช่วงเวลาเท่าไรค่ะ จะได้กำหนดการเดินทางและจัดเวลาถูกค่ะ แล้วอีกอย่างคือแจกทุกวันหรือไม่ค่ะ….ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
junga89@hotmail.com
กุมภาพันธ์ 22nd, 2010 on 1:46 am
รายละเอียดตามที่เขียนไว้ในบทความครับ
แนะนำว่าควรไปช่วงเช้าสัก 10 โมงจะกำลังดี คาดว่าจะจันทร์ถึงเสาร์ อย่างไรควรโทรไปสอบถามก่อนครับ
ส่วนสถานที่แจกจะอยู่ที่ออฟฟิศของฟาร์มจระเข้ สามารถสอบถาม พนง. ที่นั้นได้ครับ
กุมภาพันธ์ 22nd, 2010 on 9:07 pm
ผมซื้อแบบแคปซูลมากินครับ มีอย ครบ กินแล้วการปวดเมื่อยดีขึ้น ภูมิแพ้ยังไม่ชัดเจนแต่น่าจะไปในทางที่ดีขึ้น แต่ๆ ทานแล้วมีผลข้างเคียง (ส่วนตัว) คันตัว บางคนปวดหัว(เพราะความดันขึ้น) ผมไม่ค่อยปวดแต่ความดันขึ้นจริงๆ คนเป็นความดันควรระวังนะครับ ผมตรวจมาครั้งล่าสุด 144/90 หรือ95นะจำไม่ได้ ธรรมดาจะไม่เกิน 110 ครับ ให้ผู้ใหญ่กินเค้าก็บอกว่ามีกำลังดีขึ้นปวดเมื่อยน้อยลง แต่ความดันขึ้นครับ เฉลี่ยความคิดเห็นเพื่อมวลมนุษย์ด้วยกันครับ สังคมคนเป็นโรคจะตาสว่างมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ที่คนเราพยายามหาผลประโยชน์ใส่ครอบครัวและตัวเองโดยไม่สนใจใคร พอเป็นแล้วถึงคิดกันได้ว่าโลกเรานั้น มัน ดำเนินการพัฒนาคนมาอย่างผิดๆ แข่งขันกันอย่างบ้าเลือด โดยเฉพาะประเทศที่บ้าอำนาจ ใครยังไม่เฉียดตายหรือเป็นโรคใกล้ตายไม่ค่อยสนใจหรอกครับ จนกว่าเค้านั้นจะเจอด้วยตัวเอง พอว่างก็ทำบุญเข้าไปแต่รถติดหน่อยหงุดหงิดแล้ว เชื่อผมเถอะผมผ่านจุดนั้นมาหมดแล้ว พยามยามทำชีวิตวันนี้ให้มีความสุขที่สุดเถอะครับ และเลิกหลอกและหาผลประโยชน์กับคนใกล้ตาย มันบาปมากนะครับ ยาวิเศษทั้งหลาย ขอบคุณครับที่ให้ระบายความรู้สึกของโลกกลมใบบูดเบี้ยวนี้เพราะน้ำมือมนุษย์ชั่วๆเป็นใหญ่โดยส่วนมากครับผม
มีนาคม 24th, 2010 on 11:37 am
ยังสบายดีกันอยู่ไหม ไม่มีใครคุยด้วยเลย หายไปไหนกันหมดครับ
มีนาคม 24th, 2010 on 11:40 am
คุณ ihut ครับ
ได้ข่าวคุณสมชายบ้างไหมครับ ผมไม่เห็นเขียนตอบมานานแล้ว ไม่รู้แกเป็นอย่างไรบ้าง ………..
พฤษภาคม 7th, 2010 on 5:07 pm
ตอนนี้ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ครับอาการดีขึ้นแล้ว
แต่มาตรวจอีกทีเอ็กซเรย์เจอก้อนที่ปอด ยังวินิจฉัยไม่ได้เลยว่าเป็นอะไร ติดเชื้อรา หรืิอ มะเร็ง
รักษาโดยกินยาฆ่าเชื้ออยู่ครับ ผ่านมาก้อเกือบ 5 เดือน แล้วแต่ยังไม่รู้เลยก้อนที่เจอนั้นคืออะไร
ล่าสุดเจาะน้ำที่ปอดไปตรวจแล้วครับผลยังไม่ออก รู้สึกกังวลกังวลมากครับ ทั้งเรืองครอบครัวและโรคของตัวเอง
ที่บ้านครอบครัวไม่ค่อยอบอุุ่น ปัญหาครอบครัวมีมาเรื่อยๆ ตอนนี้ได้ลอกกินน้ำเลือดจระเข้สกัดด้วยครับเพื่อนของแม่เอามาให้
ลองกินดู เพราะน้าเค้าก้อเป็น แม่น้าเค้าก้อเป็น ตอนนอนรู้สึกปวดหลังมากเลยครับ ประมาณตี2-3 นอนไม่ได้เลย
อาการคล้ายตอนฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวแต่อันนั้นไม่ทรมาน เจ็บจี้ดๆ แต่ตอนนี้ปวดหลังแบบนอนไม่หลับเลยครับ
ต้องกินพารา 2 เม็ด ถึงพอจะนอนไ้ด้ มันเปงผลข้างเคียงรึป่าวก็ไม่รู้ ก้อกล้าๆ กลัวๆ ในการกิน เพราะอาการมันมาชัดเจนหลังจากกินเลือดจระเข้มาประมาณวันที่ 2 ครับ ใครมีอะไรช่วยแนะนำผมได้นะครับ เอออีกอย่างผมเป็นคนเครียดง่ายมากเลยครับถ้ามีอะไรมากระตุ้น พวกสิ่งแวดล้อมล้อมตัวผมเนี่ยครับ ผมพยายามทำตัวเองให้ใจเย็น สวดมนต์ก่อนนอน แต่สมาธิมันสั้นมาก เคยคิดประชดชีวิตตัวเอง ผมไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่ค่อยสังคมกับใครเท่าไหร่ตั้งแต่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็งปี 51 ตอนนี้ผมอายุ 25 ครับ อยู่สระบุีรี แค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ เดี๋ยวผลเป็นยังงัยต่อจะมาเล่้าให้ฟังครับ
พฤษภาคม 8th, 2010 on 12:34 pm
@อำนาจ
ขอโทษทีตอบช้านะครับ ไม่ทราบข่าวคุณสมชายเลยครับ
ก็ได้แต่หวังว่าจะยังสบายดีครับ
พฤษภาคม 8th, 2010 on 12:37 pm
@อิสระ
ขอเป็นกำลังใจให้คณอิสระนะครับ
ส่วนเรื่องที่กินเลือดจระเข้แล้วปวดหลัง ผมว่าลองหยุดดูว่าอาการหายมั้ย แล้วค่อยกินใหม่
ในขณะนี้ยังมีแรง ก็ควรทำบุญเข้าไว้นะครับ อย่างน้อยจิตใจของเราก็จะได้สบาย โล่ง ปล่อยวาง
พฤษภาคม 11th, 2010 on 4:10 pm
ขอบคุณนะคะคุณ ihut ดิฉันเป็นแฟนของอิสระค่ะ คุยกันเมื่อวาน (10 พ.ค.53)เค้าบอกดิฉันว่าจะไม่ไปหาหมอแล้ว
เค้าบอกว่ายิ่งไปหายิ่งเครียด เค้าอยุ่ของเค้ายังงี้ก้อปกติดี ยิ่งไปหาหมอยิ่งหดหู่ใจ
ดิฉันรู้สึกใจไม่ดีเลย จะต้องไปนัดฟังผล 20 พ.ค.นี้ เค้าบอกจะไม่ไป เค้าบอกดิฉันว่าถ้าจะไปก้อไปคนเดียว
จะทำยังไงดี เราความคิดไม่ตรงกันแล้ว ตั้งแต่เจอก้อนที่ปอดเค้าวินิจฉัยมาจะ 5 เดือนแล้ว ยังไม่ได้เริ่มรักษาเลยทานแต่ยาฆ่าเชื้อที่หมอให้ทานติดต่อกันนานเป็นอะไรรึป่าว
ตอนนี้เค้ายังรับประทานเลือดจระเข้อยู่ค่ะไม่บนปวดหลังมาซักพักแล้วแต่ก้อยังมีอาการเมื่อยกับอ่อนเพลีย ยิ่งวันอากาศร้อนมากๆ ยิ่งเป็น
ขอบคุณนะคะสำหรับกำลังใจ
พฤษภาคม 11th, 2010 on 10:49 pm
@อิสระ
ผมเข้าใจนะครับว่าคนรอบข้างเป็นห่วง อยากให้รักษา อยากให้หาย แต่…สิ่งที่ผมได้จากหมอตอนที่ปรึกษาเรื่องแฟน คือ
.
.
หมอบอกว่าญาติต้องการรักษาคนไข้ให้หายจากโรค ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนก็จะพาไป
แต่…เคยคิดหรือถามคนไข้บ้างมั้ย ว่าคนไข้ต้องการที่จะรักษาหรือไม่
การเดินทางต่าง ๆ ต้องใช้เวลา ต้องนั่ง ต้องยืน ต้องเดิน
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นการบั่นทอดกำลังใจของคนไข้ครับ
.
.
คำตอบของผมคือ คุณอิสสระ เค้ารู้ตัวดีว่าทำอะไรอยู่ เค้ารู้ว่าภายในร่างกายเป็นอย่างไร
ควรให้เค้าเป็นผู้ตัดสินใจในร่างกายของเค้าเองครับ
ผมเข้าใจครับว่า ความรัก ความผูกพันธ์ และหลาย ๆ อย่างทำให้อยากจะรักษาให้หาย
แต่ถ้าคนไข้ไม่พร้อมก็อย่าเพิ่งไปบังคับ ควรให้กำลังใจและทำความเข้าใจก่อนครับ
กำลังใจจากคนรอบข้างสำคัญที่สุดครับ เพื่อน พี่น้อง ญาติมิตร ต่าง ๆ ควรให้มาหาเพื่อเป็นกำลังใจครับ