ขอย้อนเวลาไปเมื่อวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2552 เวลาประมาณ 17.00 น. ได้รับโทรศัพท์จากคนที่ทำงานแหม่มว่าตอนนี้แหม่ม สลบไปแล้ว และกำลังจะพาไปโรงพยาบาล บอกว่าให้รีบไปด่วน ก็จัดแจงจะรีบไป แต่มอไซต์เจ้ากรรมดันยางแบน ต้องเสียเวลาเปลี่ยนยางก่อน ประมาณ 18.00 น. หัวหน้าแหม่มโทรมาบอกว่าไม่ต้องมาแล้ว จะพาไปส่งที่บ้าน ก็เลยรีบบึ่งมอไซต์ไปรอที่บ้าน สักทุ่มกว่า ๆ ก็มีรถมาจอดที่บ้าน ก็รีบออกไปรับ

สภาพแหม่มในตอนนั้นคือท้องบวม ตัวเย็น ไม่มีแรง พร้อมกับบอกหัวหน้าตลอดว่า “พี่อย่าเอาหนูออกนะ” แล้วผมจัดการเอาแหม่มขี่หลังแล้วก็รีบพาเข้าไปในบ้านแล้ว ไปตั้งหลักกันที่ห้องดูโทรทัศน์ก่อน แล้วก็ขอบคุณหัวหน้าแหม่มที่มาส่ง (พี่สุน+แฟน) แหม่มยังไม่ค่อยได้สติ เพราะโดนฉีดยามาหนึ่งเข็ม ได้ยามาอีกพอสมควร ก็จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า เอาที่นอนมาปู แล้วก็เช็ดตัว ด้วยสภาพนี้จังไม่สามารถพาแหม่มขึ้นไปนอนข้างบนได้ (และแหม่มก็ไม่ได้ขึ้นไปนอนบนห้องนอนอีกเลย)

แล้วก็โทรไปถามเพื่อนที่เป็นเซลล์ขายยา (ไอ้กบ) ถามว่ายาที่หมอให้มาเป็นยาอะไรบ้าง พออ่านชื่อให้ฟัง จึงรู้ว่าส่วนใหญ่เป็นยากล่อมประสาท (ยานอนหลับ) จึงตีความว่าหมอคงอยากให้พักผ่อน

วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2552 แหม่มยังคงตัวเย็น ดีตรงที่สามารถโต้ตอบ มีแรงมากขึ้น ลุกเดินไปห้องน้ำเองได้ ก็เลยลางาน เพราะแหม่มอยากให้อยู่เป็นเพื่อน ท้องแหม่มบวมและตึงขึ้นกว่าเมื่อวานเยอะมาก แต่ก็ยังไม่ได้เอะใจอะไร อีกทั้งเอกสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชน หรือ บัตรประกันสังคม แหม่มลืมไว้ที่บริษัทฯ แต่ก็คุย ๆ ไว้ว่าถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ดีขึ้นจะไปโรงพยาบาลกันอีกที อาการของแหม่มในวันนี้คือ ไม่สามารถนอนตะแคงซ้ายหรือขวาได้ จะรู้สึกเจ็บ

วันพุธที่ 1 เมษายน 2552 วันนี้ตัวแหม่มร้อนซึ่งเริ่มมีอาการผิดปกติ ตอนบ่าย ๆ เอ้+เอ็กซ์ เพื่อนแหม่มก็มาที่บ้าน ก็เลยถามว่าจะเอางัยกันดี บัตรประกันสังคมก็ไม่ีมี จึงโทรให้พี่ชายช่วยไปเอามาให้ แต่กว่าจะได้ก็คงเย็นมาก จึงลองโทรไปถามที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่บอกว่า ใช้สำเนาบัตรประชาชนแทนได้ ประมาณ 17.00 น. จึงพาแหม่มไปโรงพยาบาลวิภาราม จำได้ว่าหมอชาย (หมอคนนี้เวลาไปผมจะเจอบ่อยมาก) ก็สอบถามอาการ แล้วก็ดูยาที่โรงพยาบาลแรกให้มา (เดี๋ยวตอนท้ายค่อยบอกว่าโรงพยาบาลอะไร) แล้วก็บอกว่า “โห นี่มันยานอนหลับทั้งนั้น” แล้วก็ให้ไปนอนดูอาการที่ห้องฉีดยาก่อน เพื่อจะดูว่าเป็นอะไรกันแน่ เพราะจากการที่ตะแคงข้างไม่ได้ อาจเป็นที่ไตก็ได้

หลังจากนั้นจึงส่งตัวไปที่ห้องฉุกเฉินเพื่อดูอาการ ตอนที่ไปห้องฉุกเฉินก็ 18.00 น.แล้ว ต้องดูอาการ 6 ชั่วโมง จึงให้ เอ้+เอ็กซ์ ช่วยไปส่งที่บ้านเพื่อที่จะได้เอามอเตอร์ไซค์ แล้วก็กลับมาดูอาการแหม่มอีกครั้ง ผลตรวจเลือดมีอาการอักเสบ แต่ไม่ได้มาจากไต หรือกระเพาะปัสสาวะ

ประมาณ 23.00 น. จึงต้องทำการแอดมิทเข้าที่โรงพยาบาล แต่ไม่สามารถนอนเฝ้าได้ เพราะเป็นห้องรวม 6 เตียง แหม่มค่อนข้างเหนื่อยและหิว เนื่องจากไม่ได้กินข้าวก่อนที่จะมา และหมอก็สั่งงดอาหาร แหม่มจึงปากแห้งมาก

——————————————————————-

ป.ล.1 โรงพยาบาลที่แหม่มรักษาตัวตอนที่สลบ คือ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ถ้าดูจากรูป (ใบรับรองแพทย์) จะเห็นว่าหมอไม่ได้แสดงความเป็นหมอออกมาเลย วินิจฉัยได้ห่วยแตกมาก ๆ พอกันที่กับโรงพยาบาลนี้ เป็นครั้งที่สองและครั้งสุดท้ายที่วินิจฉัยโรคของแหม่มผิดพลาด (ขอปิดชื่อและนามสกุลจริงของแหม่มเอาไว้นะ ถ้าหากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลนี้มาเห็นก็คงไปค้นจากหมายเลขคนไข้ได้)

ป.ล.2 ก่อนที่แหม่มจะเป็นลม แหม่มได้เข้าห้องน้ำ และอาเจียนอยู่นาน พอออกมาจากห้องน้ำ หลาย ๆ คนบอกว่าหน้าแหม่มซีด รวมทั้งไม่มีแรงเดิน ช่วยกันจับแหม่มนอนที่โซฟา และหายามาให้ดมกันพักใหญ่