ช่วงนี้แหม่มกินยาแล้วก็จะอ้วก ไม่แน่ใจว่าเพราะยามันขับออกมา หรือเพราะแหม่มไม่สามารถรับยาเข้าไปได้ ต้องนั่งทำใจนานมากก่อนจะกิน ตาแหม่มค่อย ๆ เหลือง ท้องเริ่มบวมขึ้นเรื่อย ๆ ข้าวก็กินน้อยลงตามลำดับ จะชอบกินแต่น้ำแดง หรือไม่ก็ขนมปังทาแยมสตรอเบอรี่ กลางวันจะนอนเกือบทั้งวัน กลางคืนจะนอนไม่ค่อยหลับ เพราะปวดท้อง ส่วนใหญ่ก็จะได้นอนกันประมาณตีสองหรือตีสาม โดยผมจะชวนแหม่มเล่นเกม wii จะได้เหนื่อยจนหลับได้ และผมก็ได้เอา notebook มาไว้ในห้อง
เดินสายแลนมาให้ ตอนแรกจะเอามาไว้เล่นเองตอนเฝ้าแหม่ม แต่แหม่มบอกว่าอยากเล่นด้วย ตอนกลางวันถ้าแหม่มมีแรงก็จะเข้า MSN แล้วก็คุยกับผมเรื่องอาการ และบอกว่ากินอะไรบ้างแล้ว วันไหนตอนเย็นอยากจะกินข้าวต้มปลาก็จะให้ไปซื้อ
สักวันที่ 23 หรือ 24 พฤษภาคม เอ้ ได้มาพี่ปุ๊ก+แฟน วาส และครูศรีกุล มาเยี่ยมแหม่ม ครูศรีกุลเป็นครูที่สอนแหม่มสมัยประถม หลังจากครูรู้ว่าแหม่มไม่ยอมกินยาก็เลยบอกแหม่มว่า “พยายามกินนะ ไม่ชอบก็ต้องกิน เพื่อตัวเราเอง” แหม่มก็ได้แต่รับคำไว้ แต่ก็ยังไม่ยอมกินเหมือนเดิม อาการแหม่มก็ทรง ๆ ทรุด ๆ อยู่อย่างนั้น แต่ดีที่แหม่มสามารถลุกเดินไปห้องน้ำ หรือช่วยตัวเองได้ ไม่อย่างนั้นคงแย่มากเลย
ตอนกลางคืนเวลาปวดท้องจะต้องเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาโปะที่ท้องให้ ถ้าเอาเจลแช่เย็นมาให้แหม่มจะไม่ชอบ เพราะมันเย็นเกินไป ช่วงนี้แหม่มเริ่มที่จะปวดท้องมากจนทนไม่ไหว เลยต้องไปซื้อยาแก้ปวดชนิดรุนแรงมาให้ (ยาพวกนี้จะให้กับผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอก เพื่อระงับอาการปวด) พอแหม่มปวดท้องแล้วกินยาก็ต้องใช้เวลาสักพัก ตอนยายังไม่ออกฤทธิ์แหม่มก็จะทรมานบางครั้งก็ร้องไห้เพราะความเจ็บปวด
จำได้ว่ามีคืนนึงกำลังจะเข้านอนตอนตีสอง แหม่มตื่นมาเพราะปวดฉี่อยากเข้าห้องน้ำ เลยพาแหม่มไป แล้วก็กลับนอนจับมือแล้วก็นอน ตื่นเช้ามาแหม่มบอกว่าตั้งแต่ลุกไปก็นอนไม่หลับเลย อาจเป็นเพราะแหม่มนอนตอนกลางวันเยอะก็ได้ทำให้ตอนกลางคืนแหม่มนอนไม่ค่อยหลับ ช่วงนั้นแหม่มคิดอะไรต่าง ๆ ในหัวเยอะมาก คิดเล็กคิดน้อยไปเรื่อย เหตุเพราะไม่มีอะไรทำและไม่รู้จะทำอะไรดี
บางครั้งแหม่มกินข้าวไปแล้วก็จะรู้สึกอึดอัดจนต้องล้วงคอเพื่อให้อ้วก ซึ้งก็บอกแหม่มว่าไม่ควรทำมันไม่ดี แหม่มก็จะบอกว่ามันอึดอัด เข้าใจบ้างมั้ย หรือบางทีแหม่มดื่มแค่น้ำเข้าไปมันก็อึดอัด ก็จะล้วงให้อ้วกทั้งที่มันไม่มีอะไร เห็นแล้วก็ทรมานแทน แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ได้แต่มอง
วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม อุ๊ พี่โอม เอ้ ก็มาหาแล้วก็ถามถึงอาการต่าง ๆ ว่าเป็นงัยบ้าง แล้วก็รู้ึสึกไม่ดีที่แหม่มไม่ยอมกินยาทุกคนจึงช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรดี จนในที่สุดอุ๊ตัดสินใจว่าจะพาแหม่มไปที่ปราจีนบุรีพรุ่งนี้ โดยพี่โอมจะขับพาไปให้ โดยพระรูปนี้รักษาคนที่เป็นมะเร็งดีขึ้นมาหลายคนแล้ว (เอ้ได้ชื่อวัดมานานแล้วแต่ขอลองของวัดสังฆทานก่อน) ก่อนกลับบ้านเอ้เข้าไปกอดแหม่มแล้วบอกว่า “กูรักมึงนะ แต่กูเสียใจที่มึงไม่กินยา สงสารผัวมึงมั้งเค้าเหนื่อย” เอ้ อุ๊ แหม่ม ก็มีน้ำตาซึมกันออกมาเล็กน้อย
วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม ตอนเที่ยง ๆ บ่าย ๆ ทุกคนก็มากัน แล้วก็เริ่มออกเดินทางพี่โอมเป็นคนปราจีนบุรี จึงรู้เส้นทางดีอยู่แล้ว เราใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็ไปถึงวัด (จำชื่อไม่ได้ไว้จะไปหามาให้นะครับ) โดยวัดจะอยู่ไม่ไกลจากแก่งหินเพิ่งมากนัก พ่อไปถึงหลวงพ่อก็ถามว่ามาทำอะไรกันพอรู้เรื่องก็เรียกให้แหม่มเข้าไปแล้วก็ถามอาการหลาย ๆ อย่าง ซึ้งบางอย่างเราก็ไม่รู้ว่าจะตอบว่าอย่างไร เช่น มะเร็งเป็นแบบไหน ลาย ตุ่ม ฯลฯ แล้วก็อธิบายว่า
หลวงพ่อ “มะเร็งมี 3 แบบ หนัก กลาง เบา อย่างหนักไม่เกิน 9 เดือน อย่างกลางไม่เกิน 5 ปี อย่างเบา 9 ปี กูดูมึงแล้วก็ไม่น่าจะหนักอะไร ถ้างัยเอายาไปสัก 1 เดือนก่อน แล้วค่อยมาดูอาการกันใหม่”
แล้วหลวงพ่อก็อธิบายถึงสาเหตุที่เกิดได้หลายอย่าง ก่อนจะพาพวกเราเดินไปเอายาที่ด้านหลังกันจำนวน 6 ห่อ แล้วหลวงพ่อก็อธิบายวิธีต้มยา
หลวงพ่อ ” ที่กูจะให้เนี้ยเอาแบบเข้มข้นไปเลย ปกติ 1 ห่อจะ 7 วัน เปลี่ยนเป็น 1 ห่อ 5 วัน พอครบแล้วก็เอายาออกใส่ยาตัวใหม่เข้าไปแล้วใส่น้ำเพิ่มนะ”
เราทุกคนก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ หลังจากนั้นหลวงพ่อให้ผมกับแหม่มนั่งขัดสมาธิเอาเข่าติดกัน แล้วก็ให้พูดตาม สรุปความก็คือ อยากให้แหม่มตั้งใจกินยา ก่อนจะกลับ หลวงพ่อทิ้งท้ายว่า “ทุกคนเค้ามาเรามาแล้ว ได้ยาตามต้องการแล้ว กลับไปก็ต้มแล้วก็เอามาวางให้ตรงหน้า ถ้าคนป่วยมันไม่กินมันก็ไม่หายหรอก มาเอายาแล้วกลับไปก็ต้องกินด้วย มาจากกรุงเทพก็ต้องเสียค่าน้ำมัน อย่าให้คนอื่นเค้าเหนื่อยและเสียเวลาเปล่า”
หลังจากนั้นพวกเราก็ตรงกลับกรุงเทพฯ ตอนออกมาก็ประมาณ 5 โมงเย็นแล้ว ก่อนเข้าบ้านก็แวะกินข้าวกัน แล้วก็แยกย้าย พอให้แหม่มนอนถึงเห็นว่าขาแหม่มบวมและตึงมาก จึงต้องนวดไล่ลมให้แหม่ม ก็ทำให้อาการบวมลดลงไปบ้าง วันนั้นเดินทางค่อนข้างไกล แหม่มจึงหลับไปอย่างรวดเร็ว
—————————————
บทสนทนาระหว่างผมกับแหม่มเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2552 จะเห็นว่าแหม่มเริ่มหมดกำลังใจในการใช้ชีวิตแล้ว เนื่องจากความทรมานที่เกิดขึ้น
(13:21) ชีวิตคนเราก็แค่เ: กลางวันนอนไม่ค่อยปวดเท่าไหร่นะ
(13:22) ihut : Life is p: ทำไมหว่า
(13:22) ชีวิตคนเราก็แค่เ: ไม่รู้ดิ
(13:24) ihut : Life is p: กินข้าวยัง
(13:26) ชีวิตคนเราก็แค่เ: ยังมันแน่นอยู่นะ
(13:26) ชีวิตคนเราก็แค่เ: มันไม่อยากกินด้วย
(13:26) ชีวิตคนเราก็แค่เ: แต่กินขนมปังแล้ว
(13:26) ihut : Life is p: จ้า
(13:39) ชีวิตคนเราก็แค่เ: บางทีนึกไปนึกมาแหม่มไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อแล้วนะ
(13:39) ชีวิตคนเราก็แค่เ: เหนื่อย
(13:39) ihut : Life is p: แล้วจะทำงัย
(13:39) ihut : Life is p: คิด ๆ นะมีทางเลือกให้แหม่ม 2 ทางเรื่องอาหาร
(13:40) ihut : Life is p: 1. กินแบบรักษาชีวิตให้นาน ๆ
(13:40) ihut : Life is p: 2. อยากกินอะไรก็กิน ให้สบายใจ
(13:40) ชีวิตคนเราก็แค่เ: มันเหนื่อยทุกอย่าง
(13:40) ชีวิตคนเราก็แค่เ: การใช้ชีวิตในแต่ละวันมันช่างเจ็บปวด
(13:41) ชีวิตคนเราก็แค่เ: อยากจะหายไปจากโลกนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอด
(13:41) ชีวิตคนเราก็แค่เ: บอกตรงๆๆนะตอนนี้กำลังใจในตัวเอง
(13:41) ชีวิตคนเราก็แค่เ: มันเริ่มจะลดลงไปเรื่อย
(13:42) ชีวิตคนเราก็แค่เ: พยายามจะไม่คิดมาก
(13:42) ชีวิตคนเราก็แค่เ: แต่บางครั้งมันก็ทำไม่ได้
(13:42) ihut : Life is p: เข้าใจว่ามันยาก
(13:43) ชีวิตคนเราก็แค่เ: มันกลายเป็นว่าเรามันเป็นภาระของคนอื่น
(13:43) ชีวิตคนเราก็แค่เ: ทำอะไรอีกก็ไม่ได้
(13:43) ชีวิตคนเราก็แค่เ: ทำได้หน่อยก็เหนื่อยไม่มีแรง
(13:43) ihut : Life is p: ก็ต้องทนไป
(13:44) ihut : Life is p: ใช้ว่าจะตายแล้วตายได้เลย
(13:44) ชีวิตคนเราก็แค่เ: แหม่มคงจะมีกรรมเยอะนะ
(13:44) ชีวิตคนเราก็แค่เ: สภาพจิตใจตอนนี้ของแหม่มแย่มากๆๆๆๆ
(13:45) ihut : Life is p: จ้า
(13:45) ihut : Life is p: ถึงอยากให้แหม่มไปนั่งสมาธิงัย
(13:45) ihut : Life is p: ลองไปดูมั้ย
(13:46) ชีวิตคนเราก็แค่เ: ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วยไม่เข้าใจ
(13:46) ชีวิตคนเราก็แค่เ: แหม่มมันเป็นภาระของพี่จริงๆๆๆ
(13:46) ihut : Life is p: เอาน่า
(13:46) ชีวิตคนเราก็แค่เ: แทนที่แหม่มจะต้องเป็นคนดูแลพี่
(13:46) ihut : Life is p: ลองไปอยุ่เสถียรสัก 7 วันมั้ย
(13:47) ชีวิตคนเราก็แค่เ: ฝนตกอย่างนี้ไม่ดีหรอ
(13:47) ชีวิตคนเราก็แค่เ: ถ้าโดนฝนมาก็ไม่สบายได้ง่ายนะ
(13:47) ชีวิตคนเราก็แค่เ: ร่างกายแหม่มอ่อนแออยู่แล้ว
(13:48) ชีวิตคนเราก็แค่เ: มันจะไปเร็วกว่าคนอื่น
(13:48) ihut : Life is p: จ้า
(13:49) ชีวิตคนเราก็แค่เ: ชีวิตแหม่มก็คงรอวันถึงเวลาที่กำหนดล่ะมั้ง
(13:49) ชีวิตคนเราก็แค่เ: อดทนกับแหม่มหน่อยแล้วกัน
(13:49) ihut : Life is p: รู้แล้วน่า
(13:49) ihut : Life is p: อิอิ
(13:49) ihut : Life is p: ทำชีวิตให้มีความสุขดีกว่า
(13:50) ihut : Life is p: ทีอยากให้ไปนั่งสมาธิ ไม่ใช่ว่าไม่อยากดูแล แต่ถ้าแหม่มไปฝึกจิตน่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้นกว่านี้
(13:50) ihut : Life is p: ใช้ใจข่มความเจ็บปวดได้
(13:50) ชีวิตคนเราก็แค่เ: ก็พยายามอยู่นี้ไง
(13:51) ihut : Life is p: แต่ถ้าไปฝึกน่าจะช่วยได้ดีกว่านี้ง้ัย
(13:51) ชีวิตคนเราก็แค่เ: สักพักแล้วกัน
—————————————
บทความก่อนหน้านี้
แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่1
แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่2
แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่3
แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่4




สิงหาคม 29th, 2009 on 9:37 am
ฮัทน่ารักจิงๆ