ก่อนจะครบร้อยวันขอนำเรื่องเหลือเชื่อมาเล่าให้ได้รับรู้กันสักหน่อย (โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน)
เรื่องที่ 1
เกิดในวันที่แหม่มเข้าโรงพยาบาลช่วงสุดท้าย หากอ่านตอนที่ผ่าน ๆ มาจะจำได้ว่าผมไปส่งแหม่มที่โรงพยาบาลช่วงตี 3 ตี 4 และหมอฉีดยาเข็มแรกให้แหม่มตอน 11 โมง เป็นช่วงเวลาที่แม่ผมกำลังอาบน้ำที่บ้านอยู่ แม่เล่าให้ฟังว่า แม่อาบน้ำแบบเปิดประตูไว้ เผื่อว่ามีอะไรฉุกเฉินจะได้วิ่งออกไปรับโทรศัพท์ทัน ระหว่างที่อาบน้ำอยู่แม่ก็หันมาที่หน้าประตูห้องน้ำ เห็นแหม่มยืนอยู่ห่างจากหน้าห้องน้ำไปประมาณ 3-4 เมตร แม่ตกใจมากจึงรีบอาบน้ำแล้วมาหาแหม่มที่โรงพยาบาล แม่บอกว่าสีหน้าแหม่มตอนที่เห็นเหมือนอยากให้แม่ไปที่โรงพยาบาลเร็ว ๆ
เรื่องที่ 2
เกิดขึ้นในวันเดียวกันแต่ช่วงเย็นหลังจากที่แม่ไปเยี่ยมแหม่มที่โรงพยาบาลแล้ว ก็กลับมาที่บ้าน ผมจำได้ว่าช่วงนั้นญาติ ๆ ออกไปกินข้าวกันหมด ประมาณ 6 โมงได้ แม่กำลังรอดูละครเกาหลีช่องสาม พอหันมาที่ประตูหน้าห้องทีวีก็เห็นแหม่มยืนอยู่แล้วก็หายไป
ซึ้งในวันนั้นแหม่มก็เกือบจะจากพวกเราไปแล้ว มีคนบอกว่าถ้าสะอึก 3 ครั้งติดกันแสดงว่าจะไปแล้ว แต่แหม่มกำลังจะสะอึกครั้งที่ 3 น้องสะใภ้แหม่มเรียกไว้ทำให้แหม่มยังอยู่ต่อมาอีกหลายวัน
เรื่องที่ 3
เป็นคืนแรกของงานศพหัวหน้าแหม่มเคยชวนแหม่มไปที่บ้านตอนที่แหม่มเจ็บใหม่ ๆ แต่ด้วยหลาย ๆ อย่างทำให้ไม่สามารถเดินทางไปได้ (บ้านหัวหน้าแหม่มอยู่ใกล้ ๆ กับบ้านแหม่ม) หลังจากงานศพคืนแรกเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกับบ้าน หัวหน้าแหม่มก็เข้านอนตามปกติ ช่วงประมาณตีสามรู้สึกว่าเหมือนมีใครมามองหน้าก็เลยลืมตาขึ้นมาดู สิ่งที่เห็นคือ ภาพแหม่มก้มลงมาที่หน้า ทำให้หัวหน้าแหม่มร้องกรีดลั่นบ้าน จนแฟนเค้าต้องลงไปหยิบพระและขึ้นมานอนใหม่ (เรื่องนี้มารู้หลังจากงานศพ)
เรื่องที่ 4
ที่บ้านแหม่มยังคงเป็นบ้านแบบเดิมคือเรือนไม้มีใต้ถุน พี่สาวแหม่มได้ยินเหมือนมีคนมาหาของบริเวณใต้ทุนหน้าห้องแหม่มเดิม เสียงที่ได้ยินก็คือเสียงรื้อถุงพลาสติก แต่พอไปดูก็ไม่มีใคร หลาน ๆ เลยรีบเข้านอน
เรื่องที่ 5
เกิดกับอุ๋เพื่อนสนิทอีกคนของแหม่มตั้งแต่เรียนนาฏศิลป์ โดยช่วงนั้นอุ๋จะลงมานอนที่ชั้นล่างของบ้าน แต่ด้วยอะไรไม่รู้พอหลับตานอนก็จะได้ยินเสียงพระสวด ลองอย่างนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง รู้สึกว่าไ่ม่ไหวแล้วจึงรีบขึ้นไปนอนชั้นบนกับแฟนแทน
เรื่องที่ 6
เกิดกับเพื่อนสนิทของแหม่มที่ทำงาน ชื่อโจ้ โดยช่วงประมาณห้าทุ่มโจ้นั่งอยู่ในห้องคนเดียว (ที่บ้าน) สักพักก็ได้กลิ่นแปลก ๆ ทั้งที่ในห้องก็ไม่ได้จุดหรือทำอะไร โจ้จึงบอกว่ากลัวนะ รู้แล้วว่ามา โจ้อยู่ในห้องประมาณสิบนาที กลิ่นก็ยังไม่หายไป จึงตัดสินใจออกจากห้องแทน
เรื่องที่ 7
เกิดที่บ้านแหม่มเช่นกัน อันนี้เป็นพี่เขยแหม่ม โดยเป็นลักษณะต่อเพิงออกมาด้านข้างและใช้สังกะสีล้อม เวลาแหม่มอยู่บ้านจะชอบถือไม้มาลากแถว ๆ สังกะสีและตีให้หลาน ๆ ตื่นได้แล้ว วันนั้นพี่เขยแหม่มได้ยินเีสียงลากและตีที่สังกะสี จึงรีบลุกแล้วออกมาอยู่นอกห้องแทน
เรื่องที่ 8
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ทำงาน โจ้เล่าให้ฟังว่าในห้องน้ำจะมีสามห้อง โดยน้องคนที่เข้าไปเห็นว่าห้องที่สองประตูปิดน่าจะมีคนอยู่ก็เลยเข้าห้องข้าง ๆ ระหว่างที่ทำธุระก็รู้สึกว่าห้องข้าง ๆ มีการดึงกระดาษหรือทำอะไรสักอย่างเหมือนว่าทำธุระเสร็จแล้ว แต่น้องคนนั้นออกมาจากห้องน้ำก่อน พอดูที่ประตูห้องที่สองประตูก็ยังปิด เลยลองดันประตูพบว่าประตูเปิดได้แต่ไม่มีใคร
เรื่องที่ 9
ผมขอจบเรื่องด้วยเรื่องของผมเองนะครับ
ผมได้มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดมุกดาหาร ไปพักที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง เป็นวันที่ครบ 30 วันพอดี ผมฝันว่า แหม่มโทรศัพท์เข้ามา บอกว่าอยากกินลอดช่องน้ำกะทิ เอามาให้ด้วยเย็นนี้ ผมก็รับปากว่าได้ ๆ เดี๋ยวซื้อไป พอสักพักนึกได้ว่าตายไปแ้ล้วนี่จะไปกินเย็นนี้ที่ไหน กว่าผมจะกลับถึงบ้านอีก ก็เลยโทรกลับไปหาแหม่ม (อย่าลืมนะครับว่าในฝัน) แหม่มก็รับโทรศัพท์ มีเสียงเหมือนกำลังเปิดเอกสารทำงาน ผมก็บอกแหม่มว่า เฮ้ยตายไปแล้วยังกินได้เหรอ แหม่มก็บอกว่า ซื้อมาเหอะอยากกิน
วันนั้นผมก็ไม่ได้ซื้อให้แหม่มหรอกเพราะกลับถึงบ้านดึกแล้ว แต่หลังจากนั้นก็ได้ซื้อและจุดธูปบอกแหม่ม




ตุลาคม 9th, 2009 on 12:42 pm
อ่านหมดแล้วค่ะ แงแง ขนลุก แหม่มมาหาทุกคนเลยนะ
ตุลาคม 9th, 2009 on 10:28 pm
อืมมมมมม เรื่องแบบนี้พิสูจน์ไม่ได้ แต่ก็พิสูน์ได้ว่าพี่ยังรักแหม่มอยู่อะนะ