ที่มา : http://www.phpbbthailand.com/viewtopic.php?f=32&t=5754

————————————————————————————-

เดิมที Website นี้ใช้ Server ที่รันด้วย Windows แต่ยังมี Website อื่น ๆ ที่ทำฝากไว้ที่อื่น แต่เจ้านั้นตอนแรก ๆ ก็คิดว่าดี แต่ทำไปทำมา รู้สึกว่าบริการแย่ พอถึงเวลาก็เลยทำการย้ายทุกตัวมาไว้ด้วยกันที่ hostingdynamo.com แห่งนี้ แล้วก็เปลี่ยนจาก Windows เป็น Linux (เพราะเสียเท่ากันแต่ได้พื้นที่มากกว่าเดิม) ก็เลยต้องทำการ Back up Database ที่เป็น MySQL ผ่านทาง phpMyadmin จนในที่สุดก็เจอ จึงต้องขออนุญาตินำมาเก็บไว้ด้วย เผื่อว่าคราวหน้าต้องทำอีกจะได้ไม่ต้องไปตามหาใหม่ มาเริ่มกันเลยดีกว่า

————————————————————————————-

เห็นยังมีสมาชิกใหม่ๆเพิ่งจะศึกษาเรียนรุ้ด้านนี้ถามกันมาหลายท่านเลยนำมาลงให้ และไม่รุ้จะลงหมวดไหนดีขอลงไว้ทีนี่นะครับ

วันนี้ จะมาแนะนำการสำรองและการนำฐานข้อมูลกลับมาใช้งาน สำหรับเพื่อนๆสมาชิกที่ใหม่สำหรับ CMS , PHP และการใช้งาน TOOLS ต่างๆสำหรับติดต่อกับ ฐานข้อมูล วันนี้ของแนะนำ TOOLS ที่ใช้กันแพร่หลายติดมากับ apache นะครับ นั่นคือ phpMyadmin

การ Back up ฐานข้อมูลด้วย phpMyadmin

วิธีนี้เหมาะสำหรับข้อมูลที่ไม่ขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณไม่ถึง 100 M นะครับ จริงๆแค่เท่าที่ผมใช้อยุ่ 50M ก็เริ่มแบคอัพยากแล้ว

มาดูวิธ๊สำรองข้อมูลหรือที่เรียกกันว่า Backup กันมีขั้นตอนเบบคร่าวๆแต่ใช้งานได้ดังนี้ครับ

1. เรียกใช้งาน phpMyadmin ด้วยการพิมพ์
สำหรับ Server จริง

http://www.yourdomain.com/phpMyadmin ตรงนี้แตกต่างกันได้แล้วแต่นนะครับขึ้นอยุ่กับผู้ดูแลระบบว่าเค้าตั่งค่าไว้อย่างไร แต่โดยทั่วไปจะประมาณนี้

สำหรับ Server จำลอง ในเครื่องตัวเองพิมพ์ดังนี้

http://localhost/phpMyadmin ตรงนี้เหมือนกันครับโดยส่วนใหญ่จะเป็นตามนี้ ยกเว้นว่าผู้ใช้งานจะตั่งค่าเป็นอย่างอื่น

หลังจากที่ log in เข้าใช้งาน phpMyadmin เรียบร้อยแล้ว

2. เลือกฐานข้อมูลที่ต้องการ
ดูเมนูทางซ้ายมือจะเป็นดังรูปครับ

คลิกที่ Dropdown เพื่อเลือกฐานข้อมูล

 

คลิ้กที่ list box ตรงลูกศรชี้ลง ในวงเล็บสีแดงครับ จะมีรายชื่อ ฐานข้อมูลขึ้นมา

 เลือกฐานข้อมูลที่จะทำการ Backup

ให้เลือกฐานข้อมูลที่ต้องการสำรองหรือ Backup ในรูปผมเลือกฐานข้อมูลชื่อ phpbb ในวงเล็บตัวเลขคือจำนวนตารางทั้งหมดที่มีอยุ่ในฐานข้อมูลนะครับ

3. ทำการ Backup ฐานข้อมูล

 

คลิกที่ปุ่มส่งออก

หลังจากเลือกฐานข้อมูลทางซ้ายมือแล้วจะมีข้อมูลรายชื่อตารางทั้งหมดอยุ่ทางขวามือให้ดูที่เมนูด้านบนดังรูปครับ คลิ้กที่ ส่งออก ตรงวงกลมสีแดง จะมีข้อมูลรายละเอียดตามรุปต่อไป

จากรูปทางซ้ายตรงไฮไลท์สีน้ำเงินเป็นชื่อตารางที่อยู่ในฐานข้อมูลครับ ตรงนี้สามารถเลือกสำรองเฉพาะตารางที่ต้องการได้หรือจะเลือกทั้งหมดก้ตามรูป ครับถัดลงใคอชนิดของไฟล์ที่เราต้องการสำรองเลือกได้ครับว่าจะเก็บแบบไหนใน ที่นี้เลือกเก็บชนิดของไฟล์แบบ sql ตามหมายเลข 1

ทางซ้ายมือ จะเป็นการคั้งค่าต่างๆสำหรับการสำรองมีส่วนสำคัญอยู่สามจุดคือ

ตั้งค่าตามภาพที่แสดง

 

SQL Compatibility Mode
ตรงนี้สำหรับผู้ที่ใช้ server เดิมมี mysql เป็นเวอร์ชัน 5.x และต้องการนำมาใช้กับ server ที่มี mysql เวอชัน 5.x ให้เลือก none
ส่วน ผู่ที่ใช้งานที่เดิมมี mysql เป็นเวอชัน 4.x และต้องการมาใช้กับ server ที่มี mysql 5.x หรือของเดิมเป้น 5.x และที่ใหม่มี mysql 4.x
( กรณีหลังคิดว่าไม่ค่อยมีครับส่วนใหญ่จะเป็นกรณีแรกมากกว่า ) เพื่อป้องกันการแสดงผลที่ผิดพลาด หรือปัญหาการเรียกใช้งาน ตรงนี้ให้เลือกเป็น mysql40

โครงสร้างของข้อมูล
ส่วน นี้เป็นการตั้งค่าต่างๆเกี่ยวกับโครงสร้างของฐานข้อมูลเช่น พวกตารางที่อยุ่ในฐานข้อมูลรวมไปถึงคำสั่งต่างๆ เมื่อต้องการแค่ตัวข้อมูลไม่ต้องการโครงส้รางให้นำเครื่องหมายออกถูก

ข้อมูล
ส่วนนี้เป็นการตั้งค่าต่างๆที่เกี่ยวกับตัวข้อมูล ถ้าไม่ต้องการข้อมูลให้นำเครื่องหมายถูกออก

สองอย่างนี้ต่างกันอย่างไรไม่อธิบายนะครับอยากให้ไปลองเอง ติดตรงไหนจะแก้ปัญหาอย่างไรทำไม import หรือ restore แล้วถึงเกิด error
เพื่อจะได้เรียนรุ้แล้วเข้าใจมากยิ่งขึ้น

หลัง จากตั้งค่าต่างๆตามต้องการแล้วต่อไปจะเป็นการทำการ Backup สามารถตั่งชื่อตามต้องการได้โดยการพิมพ์ชื่อที่ต้องการ การตั้งชื่อควรวื่อความหมายให้เข้าใจง่ายนะครับเวลานำกลับมาใช้จะได้ไม่ สับสน โดยปรกติแล้วผมจะตั้งชื่อแล้วตามด้วยวันที่เช่น phpbb_db_07072009

จาก ตัวอย่างเราตั้งไว้ว่า ฐานข้อมูล phpbb วันที่ 7 เดือน 7 ปี 2009 จะได้รุ้ว่าทำการ Backup ฐานข้อมูลชื่อ phpbb เมื่อวันที่ 7 เดือน 7 ตรงนี้แล้วแต่นะครับแต่ละคนมีหลักไม่เหมือนกัน หลังจากตั้งชื่อแล้ว ก็มาเลือกว่าจะบีบอัดไฟล์หรือไม่ บีบอัดแบบไหน ถ้าข้อมูลเราไม่มากไม่ต้องบีบอัดก็ได้ครับ ส่วนใหญ่ผมจะบีบอัดไว้ หลังจากนั้นก็กด ลงมือครับ ตรงหมายเลข 3

 

ทำการบันทึกไฟล์ที่จะ Backup ลงในเครื่อง

จะมี pop up ให้กด save และเลือก drive หรือ folder ที่ค้องการเก็บไฟล์ Backup ไว้ แค่นี้ก็จะได้ ฐานข้อมูลที่เราทำการ Backup ไว้แล้วครับ