ผู้แต่ง : hutpaza

———————————————————————————–

หลาย ๆ ท่านที่ซื้อกล้อง DSLR ของ Canon อาจไม่เคยคิดสนใจว่าในกล่องจะมีอะไรมาให้บ้าง ขอแค่มีกล้อง สาย แบตเตอรี่ ที่ชาร์จแบตเตอรี่ สายคล้องคอ รวมทั้งเมมโมรี่ที่แถมมา ก็พร้อมจะออกเดินทางถ่ายรูปกันแล้ว พอถ่ายภาพมาสมใจแล้ว ถามว่าจะใช้อะไรแต่งภาพเกือบ 100% จะต้องบอกว่า Adobe Photoshop แต่หลัง ๆ มาก็จะมีที่ต่างออกไป เช่น Photoscape, LR (Adobe Lightroom), Aperture (ใน Mac) และในกลุ่มนี้อีกเช่นกัน

ถ้าถามว่าถ่ายภาพด้วยไฟล์ชนิดใด ก็จะตอบว่า jpeg ด้วยเหตุผลที่ว่าไฟล์มีขนาดเล็ก เมมโมรี่ 4GB สามารถถ่ายได้หลายพันรูป แต่ถ้าถ่ายด้วยไฟล์ Raw หรือ CR2 ของ Canon จะถ่ายได้เกือบ ๆ 200 รูปเท่านั้น (ผมเทียบจาก Canon 500D) ถ้าต้องการถ่ายรูปหลายร้อยอาจต้องมีเมมโมรี่ประมาณ 8GB ซึ้งคนกลุ่มนี้จะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เมมโมรี่เยอะขนาดนั้น

แล้วทำไมเราควรถ่ายภาพด้วย Raw หรือ CR2

ไฟล์ jpeg คือภาพที่กล้องได้ทำการบีบอัดและประมวลผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไฟล์จึงมีขนาดเล็ก แต่เมื่อนำมาปรับแต่งภายหลังอาจมีความยากลำบาก จากเหตุที่ว่าไฟล์โดนบีบอัดมาทำให้รายละเอียดต่าง ๆ สูญเสียไปแล้ว

ไฟล์ Raw หรือ CR2 เป็นไฟล์ที่ไม่มีการบีบอัดข้อมูล เรียกได้ว่าเก็บมาแบบพิกเซลต่อพิกเซลเลย ทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ แต่สามารถนำมาปรับเปลี่ยน แก้ไขได้หลากหลายกว่า เช่น เปลี่ยน White Balace (WB), เปลี่ยน Picture Style เป็นต้น

หลังจากเกริ่นมาพอสมควรก็มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

DPP หรือ Digital Photo Professional เป็นโปรแกรมที่ Canon ให้มาพร้อมกับโปรแกรมอื่น ๆ อีก เช่น PhotoStich สำหรับนำภาพมาต่อกันเป็นพาโนรามา โดยโปรแกรม DPP นี้มีมูลค่ากว่า 4600 บาท หากท่านใดเคยเป็นสาวก Nikon จะรู้ว่าหากต้องการใช้ Capture NX จะต้องเสียเงินซื้อเพิ่มเอง แต่ Canon ใจดีแถมมาให้เลย (แต่ในหลาย ๆ ส่วนก็ยังมีความสามารถด้อยกว่า Capture NX เท่าที่ฟังเค้ามา)

ทำไม Canon หรือ Nikon ถึงต้องมีโปรแกรมสำหรับจัดการไฟล์ภาพของตัวเอง เพราะ โปรแกรมที่ค่ายกล้องทำขึ้นมาเองนั้น จะมีการการ Profile สีของภาพได้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่กำหนดมา (ก็มันผลิตเองถ้าอ่านสีไม่ตรงก็แปลกล่ะ อิอิ) ทำให้ภาพที่แสดงทางจอมอนิเตอร์มีสีสันใกล้เคียงกับที่มองในกล้อง ถึงจุดนี้ทำให้หลายคนที่เคยสงสัยว่าทำไมพอเอารูปไปเปิดด้วย ACD See หรือ Photoshop แล้วสีเพี้ยน ก็เพราะการอ่าน Profile ของสีที่ไม่ตรงกันนั้นเอง

มาดูหน้าจอของโปรแกรม DPP กันว่ามีส่วนประกอบหลัก ๆ อะไรบ้าง

ตัวอย่างหน้าจอโปรแกรม DPP

1. ด้านซ้ายมือ เป็น Root เหมือนใน Window ที่หลาย ๆ ท่านใช้กัน สำหรับเข้าไปยังโฟลเดอร์ต่าง ๆ ที่เราเก็บภาพไว้เมื่อโฟลเดอร์ใดมีภาพ ก็จะแสดงทางขวามือ

2. แถบเครื่องมือ
2.1. Edit image window ทำการเลือกรูปที่ต้องการแก้ไข แล้วคลิก จะเปิดหน้าสำหรับแก้ไขภาพ สามารถเลือกได้ครั้งล่ะหลายรูป
2.2. Folder view หากกดปุ่นนี้ออกหน้าต่างด้านซ้ายจะหายไป
2.3. Tools เรียกเครื่องมือสำหรับการแต่งภาพ
2.4. Select all เลือกภาพทั้งหมด
2.5. Clear all ยกเลิกการเลือกภาพทั้งหมด
2.6. Check1 (เป็นการให้เรทติ้งภาพ)
2.7. Check2
2.8. Check3
2.9. Clear check (เอาเรทติ้งที่กำหนดไว้ออก)
2.10. Rotate left หมุนรูปไปทางซ้าย
2.11. Rotate right หมุนรูปไปทางขวา
2.12. Bath process

3. พื้นที่สำหรับแสดงภาพที่เราได้ทำการเลือกโฟลเดอร์ทางซ้ายแล้ว

———————————————————————————–

โปรดติดตามตอนต่อไป อิอิ