Archive for มิถุนายน, 2010

กล้อง นะครับ ไม่ใช่เครื่องถ่ายเอกสาร

ที่มา : http://aero007.multiply.com/journal/item/8/8

———————————————————————

“รูปนี้ผมก็มี” – “รูปนี้ผมถ่ายนานแล้วสวยกว่ารูปคุณอีก” – “รูปนี้เขามีเยอะแยะเลย” ผมเชื่อว่าเพื่อนนักถ่ายภาพหลายคน คงจะเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้ เมื่อนำเอารูปถ่ายที่เราภูมิใจและคิดว่าสวยไปอวดให้กับเพื่อน ๆ ซึ่งในบางครั้งคำพูดเหล่านี้ ก็จะบั่นทอนกำลังใจของนักถ่ายภาพเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเรามองในมุมกลับและเปิดใจให้กว้างแล้ว ก็จะพบว่าที่มาของคำพูดเหล่านี้ มาจากการที่นักถ่ายภาพนิยมเอากล้องที่เราซื้อมาแพงแสนแพงนั้น ไปทำหน้าที่เป็นเครื่องถ่ายเอกสาร กล่าวคือ การถ่ายภาพในลักษณะที่ลอกมุมจากรูปที่พบเห็นบ่อย ๆ หรือการจัดฉากถ่ายภาพลอกเลียนแบบรูปที่ประสบความสำเร็จในการประกวด หรือแม้กระทั่งการถ่ายภาพที่ปราศจากแนวความคิดทางศิลปะ หรือการถ่ายภาพในลักษณะที่เห็นอะไรสวยแล้วต้องยกกล้องขึ้นถ่ายภาพอย่างรวด เร็ว โดยไม่ได้คำนึงและพินิจพิจารณาถึงองค์ประกอบที่สำคัญของภาพ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ ก็ไม่ต่างไปจากการเอากล้องมาทำหน้าที่เป็นเครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งนอกจากจะไม่ใช่การสร้างสรรค์งานศิลปะแล้ว ผู้ถ่ายภาพก็ไม่ควรจะภูมิใจกับรางวัลการประกวดภาพ หากรูปที่ได้มานั้น มาจากวิธีการดังกล่าวข้างต้น ดังนั้น เมื่อเราเปิดใจให้กว้างยิ่งขึ้น ก็จะพบว่าคำพูดเหล่านี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้นักถ่ายภาพสรรหารูปใหม่ ๆ ที่สะท้อนมุมมองความคิดของผู้ถ่ายภาพเข้ามาประดับวงการถ่ายภาพได้เป็นอย่าง ดี

ทีนี้เราจะมาดูกันครับ ว่าคำกล่าวเหล่านี้มีที่มาอย่างไรและแนวทางในการแก้ไขนั้นทำอย่างไร

1.       ผู้ถ่ายภาพขาดความมั่นใจในตัวเอง

David Ward ได้กล่าวไว้ในงานเขียนของ เขาว่า ได้มีลูกศิษย์ของเขา นำรูปที่ถ่ายไว้จากที่ต่าง ๆ มาให้ดู ซึ่งรูปเหล่านั้น มีองค์ประกอบภาพสวย แสงดี แต่กลับไม่น่าสนใจ เพราะเป็นรูปที่พบเห็นได้บ่อย ๆ จนชินตา ซึ่งเมื่อสอบถามลูกศิษย์ถึงเบื้องหลังภาพถ่ายพวกนี้แล้ว ก็พบว่า ลูกศิษย์คนนี้ขาดความมั่นใจในตัวเองที่จะสร้างสรรค์ภาพใหม่ ๆ และกลัวว่าภาพของตัวเองนั้นจะไม่สวยก็เลยลอกมุมภาพจากหนังสือของช่างภาพท่าน อื่น

David Ward ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า การที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้นั้น ผู้ถ่ายภาพจะต้องมีความศรัทธาในตนเองว่าจะสามารถพัฒนาฝีมือและสร้างสรรค์รูป ใหม่ ๆ ออกมาได้ ซึ่งความศรัทธาในตนเองนี้ จะช่วยให้ผู้ถ่ายภาพกล้าที่จะออกไปค้นหาสถานที่ใหม่ ๆ รวมถึงการสร้างสรรค์ภาพที่สะท้อนมุมมอง และถ่ายทอดความรู้สึกของผู้ถ่ายภาพไปสู่ผู้ชมภาพได้ แต่อย่างไรก็ตาม ความศรัทธาอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถช่วยให้ภาพสวยได้ ผู้ถ่ายภาพจะต้องมีความรู้ความเข้าใจทางด้านวิชาการของศิลปะการถ่ายภาพอย่าง ลึกซึ้งประกอบไปด้วยจึงจะช่วยให้เกิดการสร้างสรรค์ภาพใหม่ๆ ได้

2.       ทัศนคติที่นิยมการลอกเลียนแบบรูปที่ประสบ ความสำเร็จในการประกวด

สำหรับเพื่อนๆที่อยู่ในสมาคมถ่ายภาพบางที่คง จะเคยเห็นการจัดฉากถ่ายภาพที่ลอกเลียนแบบแนวคิดมาจากภาพที่ได้รับรางวัลจาก การประกวดเป็นประจำหรือแม้กระทั่งในการถ่ายภาพธรรมชาติก็ตาม ผมก็มักจะพบเห็นนักถ่ายภาพบางท่านนิยมลอกมุมของรูปที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว ซึ่งเมื่อถามถึงเหตุผลในการถ่ายภาพแบบนี้แล้วก็มักจะได้รับคำตอบว่า “พี่ครับ ผมเห็นรูปนี้ เขาถ่ายสวยดี ก็อยากมีบ้าง”

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคุณค่าทางศิลปะของภาพ ถ่ายที่ได้จากวิธีเหล่านี้ ติดลบครับ ภาพถ่ายทางศิลปะที่ดี ควรจะเริ่มจากความคิดสร้างสรรค์ของผู้ถ่ายภาพเอง แต่อย่างไรก็ตามถ้าผู้ถ่ายภาพมือใหม่ เริ่มต้นจากการลอกเลียนแบบเพื่อศึกษาแนวคิด วิธีการ แล้วนำไปพัฒนาฝีมือ ก็เป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ไม่ควรส่งภาพเข้าประกวด เพราะถ้าบังเอิญได้รับรางวัลมาแล้ว ผู้ถ่ายภาพคงจะต้องถามตัวเองว่า “เราจะภูมิใจได้หรือไม่ที่ภาพที่เราได้รางวัลมาจากการลอกเลียนแบบ”

3.       การขาดความพินิจพิจารณาถึงวัตถุดิบในการ สร้างภาพ

ในช่วงที่ผมหัดถ่ายภาพใหม่ๆ นั้นจะมีความรู้สึกอยากได้ภาพเยอะๆ จากการออกรอบถ่ายภาพแต่ละครั้งซึ่งความอยากอันนี้ส่งผลให้ผมรีบกดชัตเตอร์ ถ่ายภาพแล้วก็ย้ายมุมไปเรื่อยๆ โดยขาดการพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนการถ่ายภาพ ซึ่งส่งผลทำให้เกิดรูปที่เป็นขยะในฮาร์ดดิสก์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ นักถ่ายภาพคงจะเคยมีคำถามกับตัวเองว่า “ทำไมรูปที่เราได้มา ไม่เห็นสวยเหมือนกับสถานที่จริง”

ปัญหารูปขยะหรือรูปไม่สวยเหมือนกับสถานที่ จริงนั้นก็มีมีสาเหตุมาจากการใช้กล้องเป็นเครื่องถ่ายเอกสารเหมือนกัน ท่านพุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า “งานหรือการกระทำที่ถือว่าเป็นศิลปะนั้น จะต้องมาจากการกระทำทีมีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แล้วจึงลงมือทำด้วยความละเอียดอ่อน เอาใจใส่ในทุกขั้นตอนของการกระทำซึ่งหลักการดังกล่าวนี้ก็สามารถนำมาใช้กับ การถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี

ผมอยากให้เพื่อนนักถ่ายภาพท่องไว้ทุกครั้งใน การออกรอบถ่ายภาพว่า “คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ” กล่าวคือ รูปที่ดีเพียงหนึ่งภาพมีคุณค่ามากกว่ารูปร้อยภาพแต่ด้อยคุณภาพ” ซึ่งในการที่จะได้รูปที่ดีในแต่ละรูป ผู้ถ่ายภาพควรจะพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนในวัตถุดิบที่จะใช้ในการสร้าง สรรค์งานศิลปะ และถามตัวเองทุกครั้งว่า ทำไมถึงรวมวัตถุดิบต่างๆ เข้ามาอยู่ในภาพถ่าย โดยในเรื่องนี้นั้น David Ward ได้กล่าวไว้ว่า สิ่งที่ยากที่สุดในการถ่ายภาพก็คือ การเลือกที่จะตัดวัตถุดิบที่ไม่ส่งเสริมให้ภาพถ่ายของเราดีขึ้นออกจากภาพ ถ่าย นอกจากนี้ผมขอฝากคำพูดของ David Ward ที่ว่า “Look Hard Think Long Then Press The Shutter” ไว้ให้เพื่อนๆ ท่องไว้ทุกครั้งก่อนถ่ายภาพครับ

สุด ท้ายนี้ผมหวังว่าบทความชิ้นนี้จะช่วยให้เพื่อนทุกคนใช้กล้องในทางสร้างสรรค์ งานศิลปะมากกว่าที่จะใช้เป็นเครื่องถ่ายเอกสารนะครับ


คำคม

จริง ๆ คำคมชุดนี้เป็นภาพถ่าย แต่อย่างเอามาลงในรูปแบบตัวหนังสือมากกว่า

  • เล่นหมากรุก อย่าเอาแต่บุกอย่างเดียว เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิต จะไม่คิดได้อย่างไร
  • เนื้อมังกรก้อนโต หน้าโลงศพพ่อ มีค่าน้อยกว่าข้าวสวยร้อน ๆ 1 ถ้วย ขณะพ่อมีชีวิตอยู่
  • คิดทุกอย่างที่ทำ แต่ไม่ต้องทำทุกอย่างที่คิด
  • กับคนเลวยิ่งต้องกวดขัน กับคนดีสมควรผ่อนปรน
  • ย่อหย่อนไปคนชั่วได้ใจ ตึงเกินไปจักเสียคนดี
  • โกหกเีพียงครั้งเดียว ถูกสงสัยตลอดกาล
  • คนเรายอมสูญเสียความซื่อสัตย์ ก็เท่ากับสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต
  • ตึกยังรู้พัง สตางค์ยังรู้หมด แต่ไมตรีอันสวยสด ไม่มีหมดเหมือนสตางค์
  • คนเราบางครั้งต้องก้าวถอยหลัง เพื่อจะกระโดดให้ได้ไกลยิ่งขึ้น
  • จะสูงต่ำอยู่ที่ทำตัว จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ
  • อดีตไม่ขยัน ปัจจุบันไม่ขวนขวาย ไม่ต้องทายอนาคต
  • ไม่มีอะไรน่าเสียใจ ถ้าเราต้องเริ่มใหม่อยู่เสมอ เพราะถ้าพระอาทิตย์ไม่ตกดิน เราก็จะไม่เห็นรุ่งอรุณที่สวยงาม
  • ถ้าเราติดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดต่อไป…มันก็ผิดหมด
  • หนทางสู่ความร่ำรวยมั่งคั่ง ก่อนรู้จักหาเงินเพิ่ม ต้องคิดหาทางมัธยัสถ์ด้วย
  • หวังรวยจากการพนัน เป็นความเพ้อฝันของคนสิ้นคิด
  • ตาข่ายแห่งสวรรค์แผ่ไพศาล แม้ตาจะห่าง แต่ไม่มีหลุดรอดไปได้
  • ไม้่คดใช้ทำขอ เหล็กงอใช้ทำเคียว แต่คนคดเคี้ยวใช้ทำอะไรไม่ได้เลย
  • ยิ่งอวดอำนาจ ยิ่งดูต่ำศักดิ์ ยิ่งสุภาพ ยิ่งดูมีบารมี ผู้มีเกียรติคือผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น
  • ถ้ายังไม่รวย อยู่อย่างคนรวยจะไม่มีวันรวย ถ้ายังไม่จน อยู่อย่างคนจนจะไม่มีวันจน
  • ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน ค่าของใคร อยู่ที่ใจของเขา
  • ขายไข่ปิ้ง ก็สุขใจได้ถ้าจิตดี ตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีจะสุขไหมถ้าใจโกง

สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป

……………ไม่มีใครทำให้คนทุกคนรักเรา ได้……………………………
…….อาจจะมีคนชอบในตัวเรา10คน แต่ก็มีคนเกลียดเรา100คน……..
……………แคร์คนที่แคร์เรา ไม่แคร์คนที่ไม่แคร์เรา……………………
……..มีมิตรแท้เพียง หนึ่ง ดีกว่ามีเพื่อนกินเป็น100…………………….

เมื่อคุณชี้แจงไปแล้ว เขาก็ควรจะยอมรับฟัง แต่เมื่อเขาไม่ฟัง และคุณก็ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดไปแล้ว ก็คงต้อง “ปล่อยมันไป”

ในโลกนี้ มีเรื่องอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่เราไม่สามารถให้เวลากับมัน หรือไม่สามารถทำในสิ่งนั้นให้ดีที่สุด  แต่แล้วเราก็ต้องปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นผ่านไป เพราะหากเรามัว แต่จะ“นับ เม็ดทรายในแม่น้ำคงคา” เวลาของคุณคงไม่พอเป็นแน่ (มีความหมายว่า จะพยายามทำให้คนทั้งโลกรู้สึกพอใจตัวเองในทุกเรื่อง)

ดังนั้น ทำอะไรก็ตาม ควรทำเท่าที่เราทำได้ เมื่อทำอย่างดีที่สุดแล้ว คนเขาไม่เห็นว่าดีก็ต้อง “ปล่อยมันไป”

เลือกทำในสิ่งที่เห็นว่า เราถนัดที่สุด และมีความสุขที่จะทำก็พอแล้ว
อะไรก็ตาม ที่เราไม่ถนัด หรือถึงถนัด…แต่ไม่มีความสุขที่จะทำ ก็อย่าทำ

เรามีเวลาไม่มากนักหรอก ที่จะแบกสารพัดภาระในโลกนี้ ควรมองไหล่ของตัวเองดูสักหน่อยว่า พร้อมจะแบกเป้หลังที่มีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด อย่าแบกอะไรที่เกินกำลังของตัวเองเพราะไม่เพียงแต่มันจะทำให้คุณเป็นทุกข์ แต่บางทีอาจมีผลต่อการยืนตรงๆ อย่างยาวนานของคุณด้วย

ข้อคิดดี ๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี


ความรักของคุณมีค่ากี่บาท

เด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งเดินเข้าไปหาคุณแม่ในครัว
หลังจากเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วแม่ก็ก้มลงอ่านกระดาษที่ลูกชายยื่นให้

  • ค่าตัดหญ้า 5 บาท
  • ค่าทำความสะอาดห้องผมอาทิตย์นี้ 1 บาท
  • ค่าซื้อของของให้แม่ 2.50 บาท
  • ค่าดูแลน้องชาย 2.50 บาท
  • ค่าเอาขยะไปทิ้ง 1 บาท
  • ค่าได้คะแนนดี 5 บาท
  • ค่ากวาดสนาม 2 บาท
  • รวม ค้างชำระ 19 บาท

เมื่อคุณแม่อ่านเสร็จแล้วก็หยิบปากกาขึ้นมา พลิกกระดาษ ไปด้านหลังแล้วเขียนว่า

  • เก้าเดือนที่แม่อุ้มท้อง..ไม่คิดเงิน
  • เวลาที่แม่พยาบาลลูก และสวดมนต์ให้ลูกไม่คิดเงิน
  • ค่าที่ลูกทำให้แม่ต้องเสียน้ำตา.. ไม่คิดเงิน
  • ของเล่น อาหาร เสื้อผ้าพาเที่ยว…ไม่คิดเงิน
  • แม้แต่เช็ดน้ำมูกให้..ไม่คิดเงินหรอกจ้ะลูก

เมื่อรวม ทั้งหมดเป็นราคาเต็มของความรักไม่คิดเงินเหมือนกัน
เมื่อเด็กชายได้อ่าน สิ่งที่คุณแม่เขียนไว้ น้ำตาหยดโตก็ไหลออกมา
เขาสบตากับแม่แล้วจึงพูด ว่า

“แม่ครับผมรักแม่จริงๆ นะครับ”

แล้วเขาก็เปา กกาเขียนหนังสือตัวโตว่า….

“จ่ายหมดแล้ว… แม่จ่ายหมดแล้ว แต่ลูกยังทอนให้ไม่หมด”


การปลอกมังคุดแบบง่าย

วิธีการปลอกและขั้นตอนแบบง่าย ๆ ลองนำไปใช้กันดูนะครับ

หงายผลมังคุดขึ้น

Picture 1 of 7


  • เรื่องต่าง ๆ ที่มีให้คุณอ่าน

  •  

    มิถุนายน 2010
    พฤ อา
    « พ.ค.   ก.ค. »
     123456
    78910111213
    14151617181920
    21222324252627
    282930  
  • Links

    CKshutter.com : Welcome to CKshutter

    KKOOL DESiGN.com : Web Design & Develop / Creative / Lifestyle

    ชีวิตมันเศร้า...เล่าแล้วขำ

    สอนป้องกันตัว, สอนป้องกันตัวแบบตัวต่อตัว,สอนป้องกันตัวถึงบ้าน เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ นอกสถานที่ บีบีแบตเตอรี่ โทร. 087-908-4528
  • Ads by Google

  • Stat

  • Copyright © 1996-2010 HutPaza. All rights reserved.
    iDream theme by Templates Next | Powered by WordPress