เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมได้ซื้อบ้านและทำการกู้เงินกับธนาคารแห่งหนึ่ง สำหรับการกู้เงินซื้อบ้านไม่มีปัญหา จนท. แนะนำให้ทำประกันชีวิตหากเราเป็นอะไรก่อนผ่อนหมด ประกันตัวนี้จะช่วยจ่ายส่วนที่เหลือให้ ตอนแรกก็ว่าจะำไม่ทำ แต่ด้วยความหน้ามืดตามัว รวมทั้งคิดว่ามันหักภาษีได้นะ ก็เลยแจ้งเรื่องไปว่าจะทำประกันชีวิตด้วย จนท. ธนาคารจัดชุดใหญ่มาให้เลย 96,000 บาท โดยส่วนตัวก็คิดว่าไม่แพงเนอะ เพราะเทียบกับบ้านที่ซื้อ ราคาห่างกันมาก คุ้มครองก็น่าจะคุ้ม โดยค่าประกันชีวิตตัวนี้ผ่อนง่าย ๆ สบาย ๆ เพียง 600 บาทต่อเดือน
ในเดือนแรกผมก็ไปจ่ายเงินที่เคาเตอร์ ในใบเสร็จมีรายละเอียดว่า ต้นราว 400 บาท ดอกเบี้ยราว 200 บาท เดือนที่สองผมก็ไปจ่าย 600 บาทเช่นเดิม แต่คราวนี้กลายเป็นว่า ต้นราว 200 บาท อีก 400 บาท เป็นดอกเบี้ย จึงทำให้ผมกลับมาลองทบทวนและคุยกับน้องที่ทำงาน น้องบอกว่าพี่ประกันที่ทำ 96,000 บาทแพงไปนะ ที่เค้าทำอยู่แค่ 30,000 บาทเอง !!! รวมทั้งได้คำนวณค่าประกันชีวิตของผม ถ้าต้องจ่ายจนครบสัญญา 30 ปี เท่ากับผมต้องจ่ายเงินทั้งหมดราว 200,000 กว่าบาท
ผมจึงตัดโทรไปถามสินเชื่อของ ธ. ดังกล่าวว่าผมสามารถปิดบัญชี หรือว่าต้องทำอย่างไรให้เสียเงินน้อยกว่านี้ จนท. แจ้งว่าไม่สามารถปิดบัญชีดังกล่าวได้ต้องถือไว้ก่อน 5 ปี เพราะมีภาระผูกพันธ์กับสัญญากู้บ้าน (ตอนที่ซื้อผมจำได้ว่ามันไม่มีอะไรผูกพันธ์) จึงทำการส่งอีเมล์เข้าไปยังส่วนกลางเพื่อสอบถามความกระจ่างในส่วนนี้ โดยสรุปส่วนกลางแจ้งว่าผมสามารถปิดบัญชีเงินกู้ส่วนที่ซื้อประกันชีวิตและยกเลิกประกันชีิวิตได้ แต่ต้องเข้าไปทำที่สำนักงานใหญ่เท่านั้น ทำให้ผมรู้สึกโล่งว่า จะได้ปลดหนี้ราว 100,000 บาท ที่ไม่จำเป็นออกไป และอาจไปซื้อประกันอื่นที่มีความคุ้มครองใกล้เคียงหรือเท่ากัน แต่ราคาถูกกว่าที่ผมต้องจ่ายแน่นอน
จึงอยากเตือนเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ว่า อย่าลืมตรวจสอบการซื้อประกันชีวิตพร้อมบ้านให้ดีกว่านี้นะครับ ยิ่งถ้าเป็นการกู้เพื่อมาซื้อด้วย ไม่คุ้มค่าเลยกับการที่หักภาษีได้ครั้งเดียวไม่กี่บาท แต่เป็นภาระผูกพันธ์หลายปี รวมทั้งต้องเสียค่าดอกเบี้ยอีกเท่าตัว….



