เลือดจระเข้…ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติ ผมคงไม่คิดจะสนใจกับสิ่งนี้ มันกินได้เหรอ จะเอามาทำไม
แต่เมื่อถึงเวลานี้ถ้ามันจะมีประโยชน์อย่างน้อยก็ด้านกำลังใจก็ลองดูไม่เสียหาย การได้ยินเรื่องนี้มาจากที่แหม่มทดลองไปทำงานที่ธนาคารหลังจากหยุดพักรักษาตัวมาได้ประมาณ 1 เดือน แม่บ้านได้แนะนำเรื่องเลือดจระเข้ที่เพื่อนแม่บ้านได้กินจนมีอาการดีขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
พอทราบเรื่องจึงลองโทรติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเบื้องต้น วันเสาร์ที่ผ่านมาจึงขับรถไปเอาที่ฟาร์มจระเข้ จังหวัดสมุทรปราการ ต้องเสียค่าผ่านประตูก่อน 60 บาท แล้วก็ไปติดต่อที่สำนักงาน ตอนที่ไปถึงก็มีญาติ ๆ ของผู้ป่วยรายอื่นมานั่งรอก่อนแล้ว
ผมซึ่งเป็นรายใหม่ก็ต้องมีการสอบถามซักประวัติกันสักนิด ว่าเป็นอะไรอย่างไรก็บอกอาการกันไป แล้วก็มารอรับเลือดจระเข้ การรับนั้นผู้ที่มาต้องจำคิวกันเองว่าใครมาก่อนหลัง เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่มานั่งจำ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่แค่ 2 คนเท่านั้น กับลุงอีก 1 คนที่มาช่วยพูดคุยและบอกเรื่องราวของเลือดจระเข้ให้ฟัง
จากการยืนฟังทำให้ทราบว่าที่นี่แจกเลือดจระเข้มากว่า 30 ปีแล้ว โดยมีนักวิจัยของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นำเลือดจระเข้ไปทดลองทำให้รู้ว่าเลือดจระเข้สามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยเล็กน้อยไปจนถึงมะเร็งหรือเอดส์ คนที่มารับยาส่วนใหญ่จะเป็นการบอกกันแบบปากต่อปาก และที่นี่ก็แจกฟรีเป็นการทำบุญ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และจะเน้นแจกเฉพาะคนที่เป็นมะเร็ง กับเอดส์ เท่านั้น
อ่านต่อ…

มะเร็งกระเพาะอาหาร
เป็นมะเร็งที่พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และมักพบในช่วงอายุ 40-45ปีขึ้นไป มะเร็งกระเพาะอาหาร สามารถรักษาให้หายได้หากได้รับการวินิจฉัยโรคในระยะเริ่มแรก ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร คือ 1. การรับประทานอาหารที่มีดินประสิวเจือปนอาหารหมักดอง อาหารรมควัน อาหารเค็มจัดเป็นประจำ 2. การติดเชื้อโรค เฮลิโคแบคเตอร์พัลโลรัย (H.pylori) 3. ภาวะบางอย่างของกระเพาะอาหาร เช่น กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังบางชนิด
Download : สถานบันมะเร็งแห่งชาติ / Hutpaza

มะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้ตรง และ ทวารหนัก
สำ ไส้ใหญ่เป็นส่วนล่างของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งติดต่อโดยตรงกับลำไส้เล็ก และส่วนปลายสุดของลำไส้ใหญ่ก็คือทวารหนัก สาเหตุ 1. อาหาร เช่น การรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์มาก ไขมันสูง หรือมีเส้นใยน้อยเป็นประจำ 2. โรคบางอย่างของลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นโรคทางกรรมพันธุ์ และติ่งเนื้องอกในลำไส้ยางชนิดอาจกลายเป้นมะเร็งได้
Download : สถานบันมะเร็งแห่งชาติ / Hutpaza
ที่มา : สถาบันมะเร็งเห่งชาติ
———————————————————–
คิดว่าน่าจะมีประโยชน์เลยเอามาช่วยเผยแพร่ครับ
———————————————————–
จากการศึกษาพบว่า อาหารอาจมีส่วนสัมพันธ์ กับการเกิดโรคมะเร็งได้ประมาณ 30-50% แต่ในขณะเดียวกันอาหารประเภทพืชผัก ผลไม้ ธัญพืช และ เครื่องเทศต่างๆ ก็มี คุณสมบัติในการป้องกันมะเร็งได้ ดังนั้น การรับประทานอาหารอย่างถูกต้องตามหลัก โภชนาการ จึงเป็นหนทางหนึ่ง ซึ่งสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้
อาหารที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็ง
- อาหารที่มีราขึ้นโดยเฉพาะราสีเขียว-สีเหลือง
- อาหารไขมันสูง
- อาหารเค็มจัด ส่วนไหม้เกรียมของอาหารปิ้ง ย่าง รมควัน และอาหารที่ถนอมด้วยเกลือ ดินประสิว
มะเร็งปอด พบมากเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งทั้งหมดในประเทศไทย ซึ่งตรวจพบในระยะเริ่มแรกได้ยาก และมีอัตราการตายสูง
Download : สถานบันมะเร็งแห่งชาติ / HutPaza
ที่มา : สถาบันมะเร็งเห่งชาติ
———————————————————–
คิดว่าน่าจะมีประโยชน์เลยเอามาช่วยเผยแพร่ครับ
———————————————————–
เป็นการตรวจสุขภาพทั่วไปในผู้ที่มีอาการปกติ เพื่อค้นหาความผิดปกติของร่างกาย ซึ่ง อาจเกิดขึ้นได้อย่างไม่รู้ตัว โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ทั้งนี้เพื่อหวังผลในการรักษา เนื่อง จากโรคมะเร็งสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากพบในระยะเริ่มแรก หรือยิ่งพบโรคได้ เร็วเพียงใด ชีวิตก็ปลอดภัยมากขึ้นเพียงนั้น
การตรวจค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรก มีหลักการดังนี้
- การสอบถามประวัติโดยละเอียด
- การตรวจร่างกายโดยละเอียด
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
อ่านต่อ…
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง แบ่งออกเป็น 2 ประเภทที่สำคัญ คือ
- เกิดจากสิ่งแวดล้อมหรือภายนอกร่างกาย ซึ่งปัจจุบันนี้เชื่อกันว่ามะเร็ง ส่วนใหญ่ เกิดจากสาเหตุได้แก่
- สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหารและเครื่องดื่ม เช่น สารพิษจาก เชื้อราที่มีชื่อ อัลฟาทอกซิน (Alfatoxin) สารก่อมะเร็งที่เกิดจากการปิ้ง ย่าง พวกไฮโดคาร์บอน (Hydrocarbon) สารเคมีที่ใช้ในขบวนการถนอมอาหาร ชื่อไนโตรซามิน (Nitosamine) สีผสมอาหารที่มาจากสีย้อมผ้า
- รังสีเอ็กซเรย์ อุลตราไวโอเลตจากแสงแดด
- เชื้อไวรัส ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสฮิวแมนแพบพิลโลมา
- การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ
- จากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การสูบบุหรี่และดื่มสุรา เป็นต้น
- เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย ซึ่งมีเป็นส่วนน้อย เช่น เด็กที่มีความพิการ มาแต่ กำเนิดมีโอกาสเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นต้น การมีภูมิคุ้มกันที่บกพร่องและภาวะ ทุพโภชนาการ เช่น การขาดไวตามินบางชนิด เช่น ไวตามินเอ ซี เป็นต้น จะเห็นว่า มะเร็งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากสิ่งแวดล้อม ดังนั้น มะเร็งก็น่าจะเป็นโรคที่สามารถ ป้องกัน ได้เช่นเดียวกับโรคติดเชื้ออื่นๆ (Hill R.P,Tannock IF,1987) ถ้าประชาชนมี ความรู้เกี่ยวกับสารก่อมะเร็ง และสารช่วยหรือให้เกิดมะเร็งที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมแล้ว พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเหล่านั้น เช่น งดสูบบุหรี่ หรือหลีกเลี่ยงจากบริเวณ ที่มีควันบุหรี่ เป็นต้น สำหรับสาเหตุภายในร่างกายนั้นการป้องกันคงไม่ได้ผลแต่ทำให้ ทราบว่า ตนเองจัดอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งสูงหรือมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ดังนั้นก็ควรไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับความรู้เรื่องมะเร็งต่อไป กรณีที่เป็น มะเร็ง ได้ตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งจะมีการตอบสนองต่อการรักษาค่อนข้างดี
อ่านต่อ…
ปัจจุบันนี้ แพทย์สามารถรักษามะเร็งหลายชนิดให้หายได้ หรืออย่างน้อยก็ ทำให้ ผู้ป่วยมะเร็งมีชีวิตการอยู่รอดที่ยาวนานเท่ากับบุคคลปกติที่อยู่ในวัยเดียว กัน ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง ระยะของมะเร็งที่พบ เพราะมะเร็งระยะ เริ่มแรกย่อมมีการตอบสนอง ต่อการรักษาหรือมีโอกาสหายมากกว่าระยะลุกลาม หรือระยะสุดท้าย
มะเร็งต่าง ๆ ที่สามารถรักษาให้หายได้ในปัจจุบันนี้ ที่สำคัญ มีดังนี้
- มะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันชนิดลิมป์โฟไซติค ลิวคีเมีย
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอร์ดกิ้น
- มะเร็งไตในเด็กชนิด วิมส์ ทูเมอร์
- มะเร็งลูกอัณฑะ
- มะเร็งกระดูก ชนิด อ๊อสติโอเจนนิค ซาร์โคม่า
- มะเร็งรังไข่ชนิดเนื้อเยื่อบุผิว
- มะเร็งผิวหนังบางชนิด เช่น Basal cell carcinoma
- มะเร็งเต้านม
- มะเร็งปอดชนิด Small cell
- มะเร็งหลังโพรงจมูก
- มะเร็งชนิดเนื้อเยื่อ Germ cell
———————————————————–
ที่มา : สถาบันมะเร็งเห่งชาติ
———————————————————–
คิดว่าน่าจะมีประโยชน์เลยเอามาช่วยเผยแพร่ครับ
———————————————————–
คือ การรักษามะเร็งแบบ วิธีผสมผสานของ ศัลยกรรม (ผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกรวมทั้งต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้าง) รังสีรักษา (ฉายแสงบริเวณที่มีเซลล์มะเร็งอยู่เป็นการรักษาแบบเฉพาะที่เช่นเดียวกับวิธี ของศัลยกรรม) เคมีบำบัด (การรักษาหรือการทำลายเซลล์มะเร็งทั้งที่ต้นตอและที่กระจาย ไปตามทางเดินน้ำเหลือง กระแสเลือดหรืออวัยวะอื่นของร่างกาย เป็นการรักษามะเร็ง แบบทั้งตัวของผู้ป่วยมะเร็ง โดยการรับประทานยาที่มีความสามารถในการฆ่า หรือทำลาย เซลล์มะเร็ง ฉีดยาทางหลอดเลือดดำหรือแดง เป็นต้น) การรักษาโดยการใช้ฮอร์โมน เนื่องจากมะเร็งบางชนิดมีความไวต่อการรักษาด้วยฮอร์โมน และการรักษาโดยการเพิ่ม ภูมิคุ้มกัน ให้กับร่างกาย เพื่อที่จะได้กำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดไปจากร่างกาย และผู้ป่วยก็ ็จะหายจากโรคมะเร็ง
เนื่องจากการรักษา โดยการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายนี้ยังอยู่ ระหว่างการศึกษาอยู่ต้องการข้อมูลอีกมากมายเพื่อยืนยันว่า ได้ผลในการรักษามะเร็ง
อ่านต่อ…
ความเห็นล่าสุด