Mam my love.

วันวิสาขบูชา

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา (วันวิสาขบูชา) ได้ไปเที่ยวระยอง กินอาหารทะเลสด ๆ เช้าวันเสาร์ไปเที่ยวเขาแหลมหญ้า เสียค่าเข้าชมคนละ 80 บาท เพิ่งรู้ว่าเขาแหลมหญ้ารวมอยู่ในอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะเสม็ด-เขาแหลมหญ้า วันที่ไปครึ้มฟ้าครึ้มฝน ทำให้น้ำทะเลไม่ใส่เหมือนที่เห็นคนอื่นถ่ายรูปมา ไปตลาดบ้านเพ ก็มีผู้คนพอสมควรไม่ถึงกับเยอะมากนัก ซื้อของได้ตามต้องการก็กลับที่พัก

ตอนที่อาบน้ำโดนน้ำเย็น ๆ วันนี้ทำให้นึกถึงแหม่มว่าเมื่อก่อน (7-8 ปี) ทีเ่คยอาบน้ำบ้านแหม่มน้ำประปายังเข้าไม่ถึงทั้งที่อยู่ใน กทม. ต้องอาบน้ำในบ่อที่ขุดขึ้น เวลาหน้าฝนบ่อนี้ก็จะอุ้มน้ำเอาไว้ ในบ่อยังมีปลาอยู่ด้วย เพราะน้ำเย็น ๆ และด้วยความที่อีกไม่กี่สิบวันข้างหน้าจะถึงวันครบรอบ 1 ปีของการจากไปของแหม่มแล้ว ทำให้ความรู้สึกนี้ผุดขึ้นมา

เวลาอาบน้ำที่บ้านแหม่มจะเป็นท่าน้ำเล็ก ๆ ทำจากกระดาน 1-2 แผ่น ยื่นออกไป เวลาอาบก็ต้องนั่งแล้วตักน้ำขึ้นมาอาบ เป็นการอาบน้ำที่เหมือนเมื่อก่อนตอนอาบน้ำริมคลองมาก อาบกันไปก็แกล้งกันไป มีความสุขไปอีกแบบ แต่ตอนนี้ท่าน้ำนั้นไม่มีแล้ว เนื่องจากน้ำประปาสามารถใช้ได้แล้วทำให้ท่าน้ำที่ไม่ได้ใช้ก็ผุผังไปตามกาลเวลา

ขอย้อนไปในวันวิสาขบูขาอีกนิด ปกติเมื่อถึงเทศกาลสำคัญทางพระพุทธศาสนาเราสองคนจะซื้อของตามกำลังที่มีในขณะนั้นเพื่อไปถวายสังฆทานไม่ว่าจะเป็นวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต ที่พ่อแหม่มจำพรรษาอยู่ หรือวัดอื่น ๆ แถว ๆ บ้าน หากไปแถวบ้านก็จะพาแม่หรือหลานไปด้วย ตอนเย็น ๆ ก็ค่อยไปเวียนเทียนกันอีกครั้ง

เมื่อปีที่แล้วที่บ้านไม่มีใครไปทำบุญหรือเวียนเทียนในวันวิสาขบูชา เพราะเราต้องอยู่เป็นเพื่อนเแหม่ม (หรือว่าพี่สาวพาหลานไปหว่า) แม้ว่าแหม่มจะไปไม่ได้ แต่ก็ได้อนุโมทนาต่อคนทั้งหลายที่ได้ไปร่วมทำบุญ เวียนเทียนในวันวิสาขบูชาเมื่อปีที่แล้ว พร้อมทั้งดูพิธีเวียนเทียนตามที่สถานีต่าง ๆ ได้นำมาเสนอ แค่นี้แหม่มก็มีความสุขแล้ว

เวลาทำบุญก็นึกถึงและอุทิศส่วนกุศลไปให้เสมอนะ….คิดถึงจ้า


1 ปีที่เปลี่ยนไป

1 ปี วันนี้วนมาอีกครั้ง เป็นวันเริ่มต้นของการเจ็บป่วยของแหม่ม เป็นวันที่ยังไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเป็นโรคร้ายแรง ไม่มีใครคิดว่ามันจะทำให้ชีวิตของคนเราต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเหตุการณ์นี้ ไม่มีใครคิดว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนึง ที่แม้ไม่ค่อยจะแข็งแรง แต่เต็มไปด้วยความสดใส หลาย ๆ ในตอนแรกจะรู้สึกรำคาญเสียงบ่นเรื่อยเปื่อย การบ่นนี้ไม่ได้บ่นทำร้ายใคร เป็นการบ่นไปเพื่อความสบายใจของเจ้าตัว แต่พอวันนึงเสียงนั้นหายไปทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกเงียบเหงาเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง

ในวันนั้นผมยังจำเหตุการณ์ได้อย่างดี ตั้งแต่ที่ทำงานแหม่มโทรมาบอกว่าแหม่มสลบ จนถึงเพื่อน ๆ ช่วยกันพาไปโรงพยาบาล จนพี่สุนขับรถมาแหม่มมาส่งที่บ้าน และแหม่มพร่ำบอกกับพี่สุนทั้งทีตัวเองเจ็บว่า “อย่าให้หนูออกนะ”

แหม่มในวันนั้นไม่มีแรงแม้จะลุกขึ้นนั่งหรือยืน…มันเป็นภาพที่น่าสงสารมาก แหม่มไม่เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน แต่ภาพในวันแรกนี้ยังไม่น่าสงสารเท่าภาพที่แหม่มนอนอยู่บนเตียงในห้อง ICU ในอีกไม่กี่วันถัดมา

รักและคิดถึงเสมอ….


ทำบุญ 100 วัน

โดยรวมงานวันนี้ผ่านไปด้วยดีกับการทำบุญร้อยวัน มีเพื่อน ๆ และหัวหน้าของแหม่มมาร่วมด้วย แต่ก็มีสดุดตอนท้ายนิดหน่อย ที่ร้านอาหารที่สั่งอาหารมาเก็บของช้ามาก โทรตามตั้งแต่ 11 โมงกว่า แต่กว่าจะมาประมาณบ่ายสอง

เนื่องจากถ้วยชามของทางร้านไปปนกับทางวัดทำให้เกิดความวุ่นวายพอควร

แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี…


รำลึก 99 วัน

ก่อนจะครบร้อยวันขอนำเรื่องเหลือเชื่อมาเล่าให้ได้รับรู้กันสักหน่อย (โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน)

เรื่องที่ 1

เกิดในวันที่แหม่มเข้าโรงพยาบาลช่วงสุดท้าย หากอ่านตอนที่ผ่าน ๆ มาจะจำได้ว่าผมไปส่งแหม่มที่โรงพยาบาลช่วงตี 3 ตี 4 และหมอฉีดยาเข็มแรกให้แหม่มตอน 11 โมง เป็นช่วงเวลาที่แม่ผมกำลังอาบน้ำที่บ้านอยู่ แม่เล่าให้ฟังว่า แม่อาบน้ำแบบเปิดประตูไว้ เผื่อว่ามีอะไรฉุกเฉินจะได้วิ่งออกไปรับโทรศัพท์ทัน ระหว่างที่อาบน้ำอยู่แม่ก็หันมาที่หน้าประตูห้องน้ำ เห็นแหม่มยืนอยู่ห่างจากหน้าห้องน้ำไปประมาณ 3-4 เมตร แม่ตกใจมากจึงรีบอาบน้ำแล้วมาหาแหม่มที่โรงพยาบาล แม่บอกว่าสีหน้าแหม่มตอนที่เห็นเหมือนอยากให้แม่ไปที่โรงพยาบาลเร็ว ๆ

เรื่องที่ 2

เกิดขึ้นในวันเดียวกันแต่ช่วงเย็นหลังจากที่แม่ไปเยี่ยมแหม่มที่โรงพยาบาลแล้ว ก็กลับมาที่บ้าน ผมจำได้ว่าช่วงนั้นญาติ ๆ ออกไปกินข้าวกันหมด ประมาณ 6 โมงได้ แม่กำลังรอดูละครเกาหลีช่องสาม พอหันมาที่ประตูหน้าห้องทีวีก็เห็นแหม่มยืนอยู่แล้วก็หายไป

ซึ้งในวันนั้นแหม่มก็เกือบจะจากพวกเราไปแล้ว มีคนบอกว่าถ้าสะอึก 3 ครั้งติดกันแสดงว่าจะไปแล้ว แต่แหม่มกำลังจะสะอึกครั้งที่ 3 น้องสะใภ้แหม่มเรียกไว้ทำให้แหม่มยังอยู่ต่อมาอีกหลายวัน

(continue reading…)


90 วันแล้วนะ ที่เราไม่ได้สื่อสารกันแบบเดิมแล้ว

ตั้งแต่แหม่มจากผมไปเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 (หากย้อนไปในปี 2542 วันนี้เป็นวันที่ผมบวช) หลาย ๆ อย่างเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ในช่วงแรกคิดถึง และเศร้าใจมาก แต่ตอนนี้ดีขึ้นมาพอควรแล้ว แต่ก็ยังคิดถึงแหม่มทุกวัน ผมยังจำคำพูดแหม่มได้ว่า “ถ้าแหม่มไม่อยู่จะหาใครมาแทนได้…มีชิ้นเดียวในโลก” พร้อมกับเสียงหัวเราแบบเจ้าเลห์ ตอนนี้ผมคงตอบคำถามนี้ได้แล้วว่า “คงไม่มีใครมาแทนแหม่มได้” ไม่มีคนตัดเล็บ ไม่มีคนแคะหู ไม่มีคนพอกหน้าให้ ไม่มีคนที่มาเรียกเราเข้านอนเร็ว ๆ ตื่นมาก็ไม่มีคนนอนข้าง ๆ เราแล้ว

พอคิดถึงแหม่มขึ้นมาทีไรน้ำตามันก็ไหล ยิ่งคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วยแล้ว ยิ่งน้ำตาซึม ตอนนี้ผมมีกล้องตัวใหม่แล้ว และกำลังคิดว่าจะย้อนรอยสิ่งที่เคยทำร่วมกับแหม่มอีกครั้ง คือการไปถ่ายรูปวัดพระแก้ว วัดอรุณฯ และวัดอื่น ๆ ในแถบนั้น ตอนนั้นเราไปกันสามคน คือผม แหม่ม และสุ (เพื่อนแหม่ม) เป็นอะไรที่สนุกและเหนื่อยเหมือนกัน ต้องข้ามเรือและเดินไปมา แต่ครั้งนี้ผมอาจต้องไปคนเดียว ถ้าไม่มีเพื่อนร่วมทริปไปด้วย

วันที่ 10 ตุลาคม 2552 นี้เราจะทำบุญครบ 100 วันให้แหม่ม ก็ขอให้บุญกุศลทั้งหลายจงส่งให้แหม่ม หากแหม่มมีความสุขก็ขอให้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป หากแหม่มมีความทุกข์ก็ขอให้พ้นจากทุกข์เหล่านั้น

คิดถึงนะ…


  •  

    กันยายน 2010
    พฤ อา
    « ส.ค.    
     12345
    6789101112
    13141516171819
    20212223242526
    27282930  
  • เรื่องต่าง ๆ ที่มีให้คุณอ่าน

  • Ads by Google

  • Links

    KKOOL DESiGN.com : Web Design & Develop / Creative / Lifestyle

    ชีวิตมันเศร้า...เล่าแล้วขำ

    ลงประกาศฟรี,สินค้ามือสอง,Marketatnation.com

    Destination Guide for Travel Around The World

    มาเก็บภาพประทับใจของเราเพื่อแบ่งให้คนอื่นดูรูปของคุณ

    สอนป้องกันตัว, สอนป้องกันตัวแบบตัวต่อตัว,สอนป้องกันตัวถึงบ้าน เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ นอกสถานที่ บีบีแบตเตอรี่ โทร. 087-908-4528
  • Copyright © 1996-2010 HutPaza. All rights reserved.
    iDream theme by Templates Next | Powered by WordPress