คลังเก็บ

คลังเก็บสำหรับหมวดหมู่ ‘Mam my love.’

ทำบุญ 100 วัน

ตุลาคม 10th, 2009 ไม่มีความเห็น

โดยรวมงานวันนี้ผ่านไปด้วยดีกับการทำบุญร้อยวัน มีเพื่อน ๆ และหัวหน้าของแหม่มมาร่วมด้วย แต่ก็มีสดุดตอนท้ายนิดหน่อย ที่ร้านอาหารที่สั่งอาหารมาเก็บของช้ามาก โทรตามตั้งแต่ 11 โมงกว่า แต่กว่าจะมาประมาณบ่ายสอง

เนื่องจากถ้วยชามของทางร้านไปปนกับทางวัดทำให้เกิดความวุ่นวายพอควร

แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี…

Categories: Mam my love. Tags:

รำลึก 99 วัน

ตุลาคม 9th, 2009 2 comments

ก่อนจะครบร้อยวันขอนำเรื่องเหลือเชื่อมาเล่าให้ได้รับรู้กันสักหน่อย (โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน)

เรื่องที่ 1

เกิดในวันที่แหม่มเข้าโรงพยาบาลช่วงสุดท้าย หากอ่านตอนที่ผ่าน ๆ มาจะจำได้ว่าผมไปส่งแหม่มที่โรงพยาบาลช่วงตี 3 ตี 4 และหมอฉีดยาเข็มแรกให้แหม่มตอน 11 โมง เป็นช่วงเวลาที่แม่ผมกำลังอาบน้ำที่บ้านอยู่ แม่เล่าให้ฟังว่า แม่อาบน้ำแบบเปิดประตูไว้ เผื่อว่ามีอะไรฉุกเฉินจะได้วิ่งออกไปรับโทรศัพท์ทัน ระหว่างที่อาบน้ำอยู่แม่ก็หันมาที่หน้าประตูห้องน้ำ เห็นแหม่มยืนอยู่ห่างจากหน้าห้องน้ำไปประมาณ 3-4 เมตร แม่ตกใจมากจึงรีบอาบน้ำแล้วมาหาแหม่มที่โรงพยาบาล แม่บอกว่าสีหน้าแหม่มตอนที่เห็นเหมือนอยากให้แม่ไปที่โรงพยาบาลเร็ว ๆ

เรื่องที่ 2

เกิดขึ้นในวันเดียวกันแต่ช่วงเย็นหลังจากที่แม่ไปเยี่ยมแหม่มที่โรงพยาบาลแล้ว ก็กลับมาที่บ้าน ผมจำได้ว่าช่วงนั้นญาติ ๆ ออกไปกินข้าวกันหมด ประมาณ 6 โมงได้ แม่กำลังรอดูละครเกาหลีช่องสาม พอหันมาที่ประตูหน้าห้องทีวีก็เห็นแหม่มยืนอยู่แล้วก็หายไป

ซึ้งในวันนั้นแหม่มก็เกือบจะจากพวกเราไปแล้ว มีคนบอกว่าถ้าสะอึก 3 ครั้งติดกันแสดงว่าจะไปแล้ว แต่แหม่มกำลังจะสะอึกครั้งที่ 3 น้องสะใภ้แหม่มเรียกไว้ทำให้แหม่มยังอยู่ต่อมาอีกหลายวัน

อ่านต่อ…

Categories: Mam my love. Tags:

90 วันแล้วนะ ที่เราไม่ได้สื่อสารกันแบบเดิมแล้ว

ตุลาคม 2nd, 2009 1 ความเห็น

ตั้งแต่แหม่มจากผมไปเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 (หากย้อนไปในปี 2542 วันนี้เป็นวันที่ผมบวช) หลาย ๆ อย่างเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ในช่วงแรกคิดถึง และเศร้าใจมาก แต่ตอนนี้ดีขึ้นมาพอควรแล้ว แต่ก็ยังคิดถึงแหม่มทุกวัน ผมยังจำคำพูดแหม่มได้ว่า “ถ้าแหม่มไม่อยู่จะหาใครมาแทนได้…มีชิ้นเดียวในโลก” พร้อมกับเสียงหัวเราแบบเจ้าเลห์ ตอนนี้ผมคงตอบคำถามนี้ได้แล้วว่า “คงไม่มีใครมาแทนแหม่มได้” ไม่มีคนตัดเล็บ ไม่มีคนแคะหู ไม่มีคนพอกหน้าให้ ไม่มีคนที่มาเรียกเราเข้านอนเร็ว ๆ ตื่นมาก็ไม่มีคนนอนข้าง ๆ เราแล้ว

พอคิดถึงแหม่มขึ้นมาทีไรน้ำตามันก็ไหล ยิ่งคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วยแล้ว ยิ่งน้ำตาซึม ตอนนี้ผมมีกล้องตัวใหม่แล้ว และกำลังคิดว่าจะย้อนรอยสิ่งที่เคยทำร่วมกับแหม่มอีกครั้ง คือการไปถ่ายรูปวัดพระแก้ว วัดอรุณฯ และวัดอื่น ๆ ในแถบนั้น ตอนนั้นเราไปกันสามคน คือผม แหม่ม และสุ (เพื่อนแหม่ม) เป็นอะไรที่สนุกและเหนื่อยเหมือนกัน ต้องข้ามเรือและเดินไปมา แต่ครั้งนี้ผมอาจต้องไปคนเดียว ถ้าไม่มีเพื่อนร่วมทริปไปด้วย

วันที่ 10 ตุลาคม 2552 นี้เราจะทำบุญครบ 100 วันให้แหม่ม ก็ขอให้บุญกุศลทั้งหลายจงส่งให้แหม่ม หากแหม่มมีความสุขก็ขอให้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป หากแหม่มมีความทุกข์ก็ขอให้พ้นจากทุกข์เหล่านั้น

คิดถึงนะ…

Categories: Mam my love. Tags:

คนไม่มีเวลา : ว่าน AF

กันยายน 16th, 2009 1 ความเห็น

มีเพื่อนสนิทคนนึงส่ง MV ตัวนี้มาให้ทางเมล์ ก็สงสัยมันจะส่งมาให้ทำไม ก็นึกว่าเป็นการที่คนสองคนไม่มีเวลาให้กัน แต่ก็ลองดูหน่อยไม่เสียหาย

ตอนแรกก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ พอดูไปเรื่อย ๆ จึงรู้ว่าทำไมมันส่งมาให้ เพราะเจ้าของเรื่องใน MV นี้ คบกับแฟนมาประมาณ 10 ปี พอแต่งงานได้ 1 ปี 2 เดือน แฟนก็ไม่สบายต้องนอนอยู่บนเตียงตลอด

ต่างจากผมนิดนึงตรงที่ผมคบกับแหม่ม ประมาณ 8 ปี แล้วก็แต่งงานกันรวมถึงวันที่แหม่มไป 1 ปี 6 เดือน

หลังจากที่ดู MV ตัวนี้แล้วก็คิดไปว่าทำไมมันช่างคล้ายเราเหลือเกิน น้ำตาก็ไหลออกมา ทำให้กลับมาคิดถึงแหม่มอีกครั้ง…

แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่10 (จบ)

กรกฎาคม 30th, 2009 6 comments

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2552วันนี้ก็ยังมีคนมาเยี่ยมแหม่มอยู่แต่น้อยลงเพราะว่าเป็นวันทำงาน แหม่มยังกระสับกระส่ายเหมือนเดิม ผมเอาวิทยุมาเปิดบทสวนมนต์ให้แหม่มตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แหม่มก็มีอาการสงบลงบ้างแต่ก็ยังกระสับกระส่าย ตอนที่หมอมาตรวจอาการก็เลยบอกว่าแหม่มกระสับกระส่ายนอนไม่ค่อยหลับ คงเกิดจากอาการปวดหมอก็บอกว่าจะปรับยาให้ใหม่ คืนนั้นผมนอนเฝ้าแหม่มกับแม่แหม่ม โดยในตอนเช้าคิดว่าจะไปทำงาน เพราะแหม่มอาการก็ทรง ๆ แล้ว

ตอนเช้าวันอังคารที่ 30 มิถุนายน2552 แม่ผมก็มาเปลี่ยน ก็กลับบ้านอาบน้ำและไปทำงาน บอกกับพี่โอ๋ หัวหน้าว่าขอเลือกรูปสำหรับเตรียมงานฯให้แหม่ม พี่โอ๋ก็ไม่ได้ว่าอะไร สักพักพี่ป้อมโทรมาบอกว่าให้กลับไปดูแลแหม่ม เรื่องงานไม่ต้องเป็นห่วง (ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก) หลังจากนั้นรู้สึกอย่างไรไม่รู้ โทรไปหาแม่ แม่ไม่รับ ก็เลยโทรเข้าไปที่เคาเตอร์พยาบาล พยาบาลบอกว่าหมออยากจะพบตอนบ่าย คิดว่าอาจจะให้กลับบ้านได้ ผมจึงรีบไปโรงพยาบาลทันที ตอนนี้แหม่มรู้สึกตัวและมีการตอบสนองที่ดีขึ้น

จริง ๆ แม่ไม่อยากให้แหม่มกลับบ้านอยู่ที่นี่น่าจะสะดวกกว่า แต่หมอบอกว่าอยากให้กลับบ้านไปดูแลที่บ้านดีกว่า และจะให้พยาบาลมาช่วยสอนวิธีให้อาหารทางสายยาง พอเดินไปบอกแหม่มว่าจะได้กลับบ้านแล้วนะดีใจมั้ย แหม่มมีแววตาที่สดใส และพยักหน้าอย่างดีใจมาก แล้วก็ยกมือขึ้นมาว่าอยากกอด เราจึงกอดกัน ตั้งแต่ที่เข้าโรงพยาบาลวันแรกแหม่มก็จะอือ ๆ รับรู้ หรือตอบรับด้วยสายตาแทน ไม่สามารถพูดโต้ตอบได้แล้ว ถ้าพูดต้องใช้แรงมาก

อ่านต่อ…

แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่9

กรกฎาคม 29th, 2009 1 ความเห็น

แม่แหม่มลางานมาอยู่กับแหม่มถึงวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2552 แล้วจะกลับไปทำงาน หลังจากที่กลับมาจากโรงพยาบาลแหม่มก็อาการแย่ลง รู้สึกแน่นอึดอัดที่หน้าอก และจะล้วงคอเพื่อให้อ้วก อาการแน่นจะได้น้อยลง แต่ในความเป็นจริงมันไม่เป็นอย่างนั้น เพราะอาการแน่นดังกล่าวมันเกิดจากน้ำที่มารวมกันที่ช่องท้องและดันปอดทำให้เกิดอาการแน่น ถึงจะเจาะน้ำออกมันก็จะไปดึงน้ำจากไหนมาอีกไม่รู้ รวมทั้งอาจทำให้อาการยิ่งแย่ลง หมอจึงไม่เจาะให้ ผมพยายามบอกแหม่มว่าอย่าล้วงคอเลย  มันไม่ดี แหม่มอ้วกจนไม่มีอะไรจะอ้วกก็ยังล้วงคออยู่ดี ก็ได้แต่นั่งมอง บางครั้งทนไม่ไหวก็ต้องเดินออกไปที่อื่น

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2552 หลังจากเลิกงานผมก็กลับบ้านตามปกติ วันนี้ซื้อหมอนสามเหลี่ยมใบเล็ก ๆ มาให้แหม่ม จะได้เอาไว้พาดขา พอกลับมาก็เจอหลวงพ่อ (พ่อของแหม่มบวชเป็นพระตั้งแต่แหม่มยังเด็ก ๆ) หลวงพ่อก็มาเยี่ยมแหม่มเป็นระยะเสมอ ๆ เพราะแหม่มเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของท่าน ตอนนั้นแหม่มก็นอนบนที่นอนไม่ค่อยพูดอะไร แต่ส่งสายตาแทน ประมาณสองทุ่มกว่าหลวงพ่อ แม่ และน้องแหม่มก็กลับ หลังจากทุกคนไปแล้วแหม่มก็พยายามลุกขึ้นนั่งแต่ไม่สามารถทำได้ ผมก็
อดแปลกใจไม่น้อย เพราะตอนเช้ายังเป็นปกติ ก่อนแม่ไปก็บอกว่าวันนี้ทำอะไรกันบ้าง จึงคิดได้ว่าแหม่มคงฝืนตัวเองเพื่อไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงอีกแล้ว พอลุกขึ้นนั่งได้สักพักแหม่มก็อยากไปห้องน้ำ ผมต้องประคองแหม่มไปตอนนี้แหม่มไม่มีแรงแม้จะเดินแล้วจริง ๆ เวลาเดินจะทิ้งเท้าลงมาดัง “แปะ แปะ” หลังจากเข้าห้องน้ำครั้งนั้น ถ้าแหม่มจะไปอีกก็จะให้แหม่มนั่งรถเข็นแล้วเข็นไปแทนจะได้ไม่เหนื่อย

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2552 ตื่นมาแหม่มยังอาการไม่ดีขึ้นผมจึงต้องลางาน วันนี้ตอนเช้าแหม่มยังอาการเหมือนเมื่อวาน ยังพอที่จะคุยและดูดน้ำได้ แต่พอตอนบ่ายแหม่มก็เริ่มไม่สามารถที่จะดูดน้ำเองได้ ผมเลยต้องค่อย ๆ ใช้หลอดหยดน้ำให้แหม่ม แหม่มเริ่มมีอาการเพ้อ ฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ผมถามแหม่มว่าอยากไปโรงพยาบาลมั้ย แหม่มบอกว่า “ไม่อยากไป” แหม่มจะบอกเสมอว่ากลัวไปโรงพยาบาลแล้วจะไม่ได้กลับบ้าน ช่วงนั้นจึงคิดว่าต้องซื้อขวดนม และผ้าออกผู้ใหญ่มาให้แหม่มจะได้สะดวกไม่ต้องลุก รู้สึกว่าตอนเย็น ๆ พี่ชายและพี่สะใภ้แหม่มมาเยี่ยม และทนเห็นแหม่มในสภาพนี้ไม่ได้จึงคิดกันว่าจะไปหาเตียงผู้ป่วยที่สามารถปรับเอนได้มาให้แหม่มจะได้สะดวก

อ่านต่อ…

แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่8

กรกฎาคม 28th, 2009 1 ความเห็น

หลังจากที่เราไปรับยาจากหลวงพ่อในวันอาทิตย์ ตอนที่กลับถึงบ้านก็เห็นความเปลี่ยนแปลงในห้องน้ำ พ่อผมเอาเครื่องทำน้ำอุ่นมาติดให้แหม่ม ก่อนหน้านั้นเราใช้วิธีต้มน้ำร้อนมาอาบให้แหม่ม โดยการอาบน้ำร้อนนี้ เราจะใช้สูตร อาบน้ำร้อน 3 นาที น้ำเย็น 30 วินาที สลับกัน 3 รอบ จริง ๆ น้ำเย็นถ้าเป็นน้ำเย็นแบบแช่หรือใส่น้ำแข็งยิ่งดี เย็นวันจันทร์เราจึงเริ่มใช้เครื่อง แหม่มก็โอเคกับการที่ได้อาบน้ำร้อนแบบนี้ เวลาอาบน้ำให้แหม่มจะต้องหาเก้าอี้มาให้ เพราะแรงที่จะยืนน้อยลงไปเรื่อย ๆ (จริง ๆ ก็ให้นั่งมานานแล้ว) ยิ่งเข้าเดือนนี้แหม่มยิ่งตาเหลือง ตัวเหลือง และผอมลงเรื่อย ๆ เวลามองตาแหม่มจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทรมาน และสายตาที่อ้อนวอน แหม่มอยากให้กอดแหม่มไว้ แต่ก็กลัวที่จะโดนท้องแหม่ม เพราะโดนแค่นิดเดียวแหม่มก็จะเจ็บแล้ว

ตอนที่แหม่มกินยาตัวใหม่นี้ ก็จะอ้วกหลังกินยาตลอด ซึ้งไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นเพราะตัวยาขับพิษออกมาหรือว่าเป็นเพราะร่างกายแหม่มไม่รับ ตรงนี้หลวงพ่อเคยบอกไว้แล้วว่าเมื่อกินยาจะมีอาการขับพิษแต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะออกทางไหนบ้าง เมื่อมีอาการอ้วกแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้แหม่มไม่อยากกินยา ทั้งที่ยาตัวนี้กินง่ายกว่าทุกตัวที่ผ่านมา ผมพยามยามบอกแหม่มว่าให้ฝืนกินถ้าอยากจะอยู่ต่อไป (แหม่มเคยบอกว่าอยากจะอยู่อีกสัก 2 ปี) แหม่มก็จะบอกว่ากินแล้วอ้วก มันเหนื่อย วางไว้เดี๋ยวจะกินเอง ทุก 5 วัน ผมก็จะเปลี่ยนยาชุดใหม่มาต้มให้แหม่ม และแหม่มก็จะกินยาแก้ปวดเพื่อระงับความเจ็บปวดในบางครั้ง

ช่วงนั้นมีแต่คนให้กำลังใจเสมอว่า “เราต้องเข้มแข็ง” ผมก็เข้าใจถ้าเราไม่เข็มแข็งแหม่มก็จะแย่ไปด้วย เวลามีคนถามว่าอาการเป็นงัยบ้าง ผมก็จะตอบว่า “มีแต่ทรง กับทรุด” แหม่มในช่วงนั้นอธิบายง่าย ๆ ก็เหมือนกับเด็กที่ขาดสารอาหาร ร่างกายผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก แต่ท้องป่อง เรียวแรงที่จะเดินก็น้อยลงแต่ยังสามารถช่วยตัวเองได้

อ่านต่อ…

แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่7

กรกฎาคม 23rd, 2009 1 ความเห็น

ช่วงนี้แหม่มกินยาแล้วก็จะอ้วก ไม่แน่ใจว่าเพราะยามันขับออกมา หรือเพราะแหม่มไม่สามารถรับยาเข้าไปได้ ต้องนั่งทำใจนานมากก่อนจะกิน ตาแหม่มค่อย ๆ เหลือง ท้องเริ่มบวมขึ้นเรื่อย ๆ ข้าวก็กินน้อยลงตามลำดับ จะชอบกินแต่น้ำแดง หรือไม่ก็ขนมปังทาแยมสตรอเบอรี่ กลางวันจะนอนเกือบทั้งวัน กลางคืนจะนอนไม่ค่อยหลับ เพราะปวดท้อง ส่วนใหญ่ก็จะได้นอนกันประมาณตีสองหรือตีสาม โดยผมจะชวนแหม่มเล่นเกม wii จะได้เหนื่อยจนหลับได้ และผมก็ได้เอา notebook มาไว้ในห้อง

เดินสายแลนมาให้ ตอนแรกจะเอามาไว้เล่นเองตอนเฝ้าแหม่ม แต่แหม่มบอกว่าอยากเล่นด้วย ตอนกลางวันถ้าแหม่มมีแรงก็จะเข้า MSN แล้วก็คุยกับผมเรื่องอาการ และบอกว่ากินอะไรบ้างแล้ว วันไหนตอนเย็นอยากจะกินข้าวต้มปลาก็จะให้ไปซื้อ

สักวันที่ 23 หรือ 24 พฤษภาคม เอ้ ได้มาพี่ปุ๊ก+แฟน วาส และครูศรีกุล มาเยี่ยมแหม่ม ครูศรีกุลเป็นครูที่สอนแหม่มสมัยประถม หลังจากครูรู้ว่าแหม่มไม่ยอมกินยาก็เลยบอกแหม่มว่า “พยายามกินนะ ไม่ชอบก็ต้องกิน เพื่อตัวเราเอง” แหม่มก็ได้แต่รับคำไว้ แต่ก็ยังไม่ยอมกินเหมือนเดิม อาการแหม่มก็ทรง ๆ ทรุด ๆ อยู่อย่างนั้น แต่ดีที่แหม่มสามารถลุกเดินไปห้องน้ำ หรือช่วยตัวเองได้ ไม่อย่างนั้นคงแย่มากเลย

ตอนกลางคืนเวลาปวดท้องจะต้องเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาโปะที่ท้องให้ ถ้าเอาเจลแช่เย็นมาให้แหม่มจะไม่ชอบ เพราะมันเย็นเกินไป ช่วงนี้แหม่มเริ่มที่จะปวดท้องมากจนทนไม่ไหว เลยต้องไปซื้อยาแก้ปวดชนิดรุนแรงมาให้ (ยาพวกนี้จะให้กับผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอก เพื่อระงับอาการปวด) พอแหม่มปวดท้องแล้วกินยาก็ต้องใช้เวลาสักพัก ตอนยายังไม่ออกฤทธิ์แหม่มก็จะทรมานบางครั้งก็ร้องไห้เพราะความเจ็บปวด

อ่านต่อ…