Mam my love.

แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่8

หลังจากที่เราไปรับยาจากหลวงพ่อในวันอาทิตย์ ตอนที่กลับถึงบ้านก็เห็นความเปลี่ยนแปลงในห้องน้ำ พ่อผมเอาเครื่องทำน้ำอุ่นมาติดให้แหม่ม ก่อนหน้านั้นเราใช้วิธีต้มน้ำร้อนมาอาบให้แหม่ม โดยการอาบน้ำร้อนนี้ เราจะใช้สูตร อาบน้ำร้อน 3 นาที น้ำเย็น 30 วินาที สลับกัน 3 รอบ จริง ๆ น้ำเย็นถ้าเป็นน้ำเย็นแบบแช่หรือใส่น้ำแข็งยิ่งดี เย็นวันจันทร์เราจึงเริ่มใช้เครื่อง แหม่มก็โอเคกับการที่ได้อาบน้ำร้อนแบบนี้ เวลาอาบน้ำให้แหม่มจะต้องหาเก้าอี้มาให้ เพราะแรงที่จะยืนน้อยลงไปเรื่อย ๆ (จริง ๆ ก็ให้นั่งมานานแล้ว) ยิ่งเข้าเดือนนี้แหม่มยิ่งตาเหลือง ตัวเหลือง และผอมลงเรื่อย ๆ เวลามองตาแหม่มจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทรมาน และสายตาที่อ้อนวอน แหม่มอยากให้กอดแหม่มไว้ แต่ก็กลัวที่จะโดนท้องแหม่ม เพราะโดนแค่นิดเดียวแหม่มก็จะเจ็บแล้ว

ตอนที่แหม่มกินยาตัวใหม่นี้ ก็จะอ้วกหลังกินยาตลอด ซึ้งไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นเพราะตัวยาขับพิษออกมาหรือว่าเป็นเพราะร่างกายแหม่มไม่รับ ตรงนี้หลวงพ่อเคยบอกไว้แล้วว่าเมื่อกินยาจะมีอาการขับพิษแต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะออกทางไหนบ้าง เมื่อมีอาการอ้วกแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้แหม่มไม่อยากกินยา ทั้งที่ยาตัวนี้กินง่ายกว่าทุกตัวที่ผ่านมา ผมพยามยามบอกแหม่มว่าให้ฝืนกินถ้าอยากจะอยู่ต่อไป (แหม่มเคยบอกว่าอยากจะอยู่อีกสัก 2 ปี) แหม่มก็จะบอกว่ากินแล้วอ้วก มันเหนื่อย วางไว้เดี๋ยวจะกินเอง ทุก 5 วัน ผมก็จะเปลี่ยนยาชุดใหม่มาต้มให้แหม่ม และแหม่มก็จะกินยาแก้ปวดเพื่อระงับความเจ็บปวดในบางครั้ง

ช่วงนั้นมีแต่คนให้กำลังใจเสมอว่า “เราต้องเข้มแข็ง” ผมก็เข้าใจถ้าเราไม่เข็มแข็งแหม่มก็จะแย่ไปด้วย เวลามีคนถามว่าอาการเป็นงัยบ้าง ผมก็จะตอบว่า “มีแต่ทรง กับทรุด” แหม่มในช่วงนั้นอธิบายง่าย ๆ ก็เหมือนกับเด็กที่ขาดสารอาหาร ร่างกายผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก แต่ท้องป่อง เรียวแรงที่จะเดินก็น้อยลงแต่ยังสามารถช่วยตัวเองได้

(continue reading…)


แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่7

ช่วงนี้แหม่มกินยาแล้วก็จะอ้วก ไม่แน่ใจว่าเพราะยามันขับออกมา หรือเพราะแหม่มไม่สามารถรับยาเข้าไปได้ ต้องนั่งทำใจนานมากก่อนจะกิน ตาแหม่มค่อย ๆ เหลือง ท้องเริ่มบวมขึ้นเรื่อย ๆ ข้าวก็กินน้อยลงตามลำดับ จะชอบกินแต่น้ำแดง หรือไม่ก็ขนมปังทาแยมสตรอเบอรี่ กลางวันจะนอนเกือบทั้งวัน กลางคืนจะนอนไม่ค่อยหลับ เพราะปวดท้อง ส่วนใหญ่ก็จะได้นอนกันประมาณตีสองหรือตีสาม โดยผมจะชวนแหม่มเล่นเกม wii จะได้เหนื่อยจนหลับได้ และผมก็ได้เอา notebook มาไว้ในห้อง

เดินสายแลนมาให้ ตอนแรกจะเอามาไว้เล่นเองตอนเฝ้าแหม่ม แต่แหม่มบอกว่าอยากเล่นด้วย ตอนกลางวันถ้าแหม่มมีแรงก็จะเข้า MSN แล้วก็คุยกับผมเรื่องอาการ และบอกว่ากินอะไรบ้างแล้ว วันไหนตอนเย็นอยากจะกินข้าวต้มปลาก็จะให้ไปซื้อ

สักวันที่ 23 หรือ 24 พฤษภาคม เอ้ ได้มาพี่ปุ๊ก+แฟน วาส และครูศรีกุล มาเยี่ยมแหม่ม ครูศรีกุลเป็นครูที่สอนแหม่มสมัยประถม หลังจากครูรู้ว่าแหม่มไม่ยอมกินยาก็เลยบอกแหม่มว่า “พยายามกินนะ ไม่ชอบก็ต้องกิน เพื่อตัวเราเอง” แหม่มก็ได้แต่รับคำไว้ แต่ก็ยังไม่ยอมกินเหมือนเดิม อาการแหม่มก็ทรง ๆ ทรุด ๆ อยู่อย่างนั้น แต่ดีที่แหม่มสามารถลุกเดินไปห้องน้ำ หรือช่วยตัวเองได้ ไม่อย่างนั้นคงแย่มากเลย

ตอนกลางคืนเวลาปวดท้องจะต้องเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาโปะที่ท้องให้ ถ้าเอาเจลแช่เย็นมาให้แหม่มจะไม่ชอบ เพราะมันเย็นเกินไป ช่วงนี้แหม่มเริ่มที่จะปวดท้องมากจนทนไม่ไหว เลยต้องไปซื้อยาแก้ปวดชนิดรุนแรงมาให้ (ยาพวกนี้จะให้กับผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอก เพื่อระงับอาการปวด) พอแหม่มปวดท้องแล้วกินยาก็ต้องใช้เวลาสักพัก ตอนยายังไม่ออกฤทธิ์แหม่มก็จะทรมานบางครั้งก็ร้องไห้เพราะความเจ็บปวด

(continue reading…)


แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่6

ตอนที่แล้วมีข้ามไปนิดนึง หลังจากที่แหม่มได้ลองไปทำงานวันนึงแล้วไม่สามารถไปได้ 2-3 วันนั้น แหม่มก็จะปวดท้องตอนกลางคืนมากขึ้น จนมีคืนนึงแหม่มปวดมากจนร้องไห้และบอกว่า “อยากจะตาย ไม่อยากอยู่แล้ว มันทรมาน ทำไมต้องมาเป็นอะไรแบบนี้” ซึ้งผมก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้นอกจากกอดแหม่มไว้และลูบหลังปลอมใจ

เช้าวันที่ 14 หรือ 15 พฤษภาคม ไม่แน่ใจ (หลังจากคืนนั้น) ก็พาแหม่มไปหาหมอ เพราะแหม่มรู้สึกว่าตับมีจุดที่แข็งเพิ่มขึ้น จากการที่อัลตร้าซาวน์ ทำให้รู้ว่าตอนนี้มะเร็งได้ลามออกไปด้านข้าง ไปเกาะตามเส้นเลือดแล้ว สภาพโดยรวมยังถือว่าดี หมอได้บอกว่าต่อไปจะเริ่มมีอาการท้องบวม และแน่นบริเวณหน้าอก ให้พยายามนอนหัวสูง ๆ จะได้หายใจสะดวก แต่วิธีการนี้เป็นการไขเฉพาะหน้าเท่านั้น แล้ววันเสาร์ผมก็ไปเอาเลือดจระเข้ตามทีบอกไปในตอนที่แล้ว

หลังจากที่ข่อยดำและเลือดจระเข้ แหม่มไม่อยากกิน จึงคิดกันว่าจะไปขอยาที่วัดสังฆทาน เพราะตั้งแต่ที่แหม่มได้ลองไปทำงาน ก็แน่นที่หน้าอก ไม่ค่อยอยากจะกินข้าวและอ่อนเพลียลงเรื่อย ๆ รวมทั้งยาแผนปัจจุบันหมอก็ให้แต่วิตามินบี วันเสาร์เราจึงรีบไปยังวัดสังฆทานแต่เช้า ตอนที่ไปถึงประมาณ 8 โมง ยังไม่มีใครเท่าไหร่ ผม แม่ แหม่ม ก็งง ๆ ว่าเราจะไปตรงไหนดี (ใครจะรับยาให้ไปรับที่สถานีวิทยุของทางวัดนะครับ) (ต้องเอาแหม่มใส่รถเข็นเพราะเดินไม่ค่อยไหว) จึงสอบถามคนแถวนั้นว่าจะมารับยารักษา

เจ้าหน้าที่ “เป็นอะไรมาล่ะ”
ผม “เป็นมะเร็งตับครับ”
เจ้าหน้าที่ “ไหนขอดูหน่อย”

(continue reading…)


แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่5

สัปดาห์นี้ค่อนข้างวุ่นวายกับอาหารสำหรับแหม่มอีกเช่นเคย พยายามทำอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งให้แหม่ม โดยเราพากันไปซื้อของที่จัสโก้เพื่อที่จะเอามาทำ น้ำมันก็ต้องใช้น้ำมันมะกอก เราก็ซื้อแบบขวดกลางไปทดสอบกันก่อนว่าแหม่มจะโอเคมั้ย

เอ้ เพือนแหม่มก็ต้มรังนกมาให้กิน ไปเลือกรังนกและลงมือทำเองเลย (อร่อยเหมือนกันนะ) ช่วงนั้นแหม่มจะกินรังนกทุกเช้า-เย็น เพื่อบำรุงร่างกาย กินเต้าหู้ กินผัก เราพยายามงดเนื้อสัตว์ทุกชนิด ยกเว้นปลาที่ยังให้กินได้ ช่วงนั้นแหม่มยังมีแรงเดินไปมาได้ ก็จะมาต่อเน็ตเพื่อเล่น msn คุยกับผม และก็นั่งแต่ง hi5 แต่ก็ไม่ได้เล่นนานอะไรประมาณ 30-60 นาที ก็เหนื่อยแล้ว

ช่วงนั้นก็นั่งเปรียบเทียบราคาเครื่อง wii จากร้านต่าง ๆ ว่าราคาถูกแพงต่างกันมากมั้ยได้กี่เกม เกมไหนน่าสนใจบ้าง แล้วก็ปรึกษากัน แหม่มก็ตามใจร้านไหนก็ได้ไม่มีปัญหา ขอให้ซื้อมาละกัน วันอังคารที่ 28 เมษายน ก็เลยไปซื้อ แต่ก่อนจะซื้อต้องไปอบรมที่ตึก IBM กว่าจะเสร็จก็บ่ายนิด ๆ แล้วก็เอาใบรับรองแพทย์ของแหม่มไปส่งให้ที่ทำงาน จริง ๆ แหม่มอยากจะมาด้วย แต่ต้องขึ้นรถไฟฟ้า ไหนจะต้องรอกลับตอนเย็นอีก เลยไม่อยากให้มา

(continue reading…)


แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่4

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2552 หมอดูแผลและอาการต่าง ๆ จึงบอกว่าวันนี้กลับบ้านได้แล้วนะ แล้วก็พักงาน 1 เดือน เดี๋ยวจะให้พยาบาลมาตัดใหม่และเอาสายน้ำเกลือออก ส่วนแผลก็ให้มาล้างที่โรงพยาบาล หรือจะล้างเองก็ได้ (แต่ละวันที่พยาบาลมาล้างแผล แหม่มก็จะลุ้นทุกวันเพราะกลัวว่าจะเจ็บแผล) แหม่มดีใจที่จะได้กลับบ้านแล้ว ผมจึงต้องโทรไปบอกให้แม่เคลียร์ห้อง เพราะแหม่มคงไม่สามารถขึ้นไปนอนข้างบนได้

แหม่มค่อนข้างร้อนใจในการกลับบ้าน บ่นทำไมไม่ยอมมาตัดไหมสักที พอพยาบาลมาตัดไหมก็ต้องเสียวกันอีกรอบ เพราะเอาพยาบาลมือใหม่มาตัดไหม ก็บอกแหม่มถือซะว่าเป็นครูให้น้องเค้า แหม่มลุ้นจนเตียงแถบหัก เพราะจิกที่นอนลุ้นสุดตัว หลังจากนั้นสักพักก็มีพยาบาลมาถอดสายน้ำเกลือ ที่แรกนึกว่าจะเป็นเข็มเหมือนปกติทั่วไป แต่ไม่ใช่ เนื่องจากแหม่มเป็นคนตัวเล็ก และหาเส้นเลือดยาก จึงต้องเจาะและแหย่สายน้ำเกลือเข้าไป ความยาวไม่น่าต่ำกว่า 30 เซนติเมตร เมื่อดึงสายน้ำเกลือออกมาแล้วก็ต้องเย็บปิดแผลประมาณ 3 เข็ม (แผลที่หน้าท้องจำไม่ได้ว่ากี่เข็ม แต่อยู่ประมาณ 10)

แล้วก็ทำการรวบรวมของฝาก กระเช้าดอกไม้บางส่วนที่ยังเหลืออยู่กลับบ้าน (ก่อนหน้าที่เอากลับไปบ้างแล้วเพราะเยอะมาก) หลังจากเคลียร์อะไรต่าง ๆ แล้ว ก็ต้องไปเซ็นชื่อที่การเงิน ค่ารักษาแหม่มอยู่ที่ประมาณ 125,xxx บาท ถ้าไม่มีประกันสังคมจะเป็นงัยเนี้ย แต่ต้องจ่ายเพิ่มอีก 16 บาท ค่าอะไรสักอย่าง แต่ไม่เป็นไรจ่ายไปเหอะ จะได้กลับบ้านสักที

(continue reading…)


  • เรื่องต่าง ๆ ที่มีให้คุณอ่าน

  •  

    พฤษภาคม 2012
    พฤ อา
    « มี.ค.    
     123456
    78910111213
    14151617181920
    21222324252627
    28293031  
  • Links

    CKshutter.com : Welcome to CKshutter

    KKOOL DESiGN.com : Web Design & Develop / Creative / Lifestyle

    ชีวิตมันเศร้า...เล่าแล้วขำ

    สอนป้องกันตัว, สอนป้องกันตัวแบบตัวต่อตัว,สอนป้องกันตัวถึงบ้าน เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ นอกสถานที่ บีบีแบตเตอรี่ โทร. 087-908-4528
  • Ads by Google

  • Stat

  • Copyright © 1996-2010 HutPaza. All rights reserved.
    iDream theme by Templates Next | Powered by WordPress