หลังจากที่เราไปรับยาจากหลวงพ่อในวันอาทิตย์ ตอนที่กลับถึงบ้านก็เห็นความเปลี่ยนแปลงในห้องน้ำ พ่อผมเอาเครื่องทำน้ำอุ่นมาติดให้แหม่ม ก่อนหน้านั้นเราใช้วิธีต้มน้ำร้อนมาอาบให้แหม่ม โดยการอาบน้ำร้อนนี้ เราจะใช้สูตร อาบน้ำร้อน 3 นาที น้ำเย็น 30 วินาที สลับกัน 3 รอบ จริง ๆ น้ำเย็นถ้าเป็นน้ำเย็นแบบแช่หรือใส่น้ำแข็งยิ่งดี เย็นวันจันทร์เราจึงเริ่มใช้เครื่อง แหม่มก็โอเคกับการที่ได้อาบน้ำร้อนแบบนี้ เวลาอาบน้ำให้แหม่มจะต้องหาเก้าอี้มาให้ เพราะแรงที่จะยืนน้อยลงไปเรื่อย ๆ (จริง ๆ ก็ให้นั่งมานานแล้ว) ยิ่งเข้าเดือนนี้แหม่มยิ่งตาเหลือง ตัวเหลือง และผอมลงเรื่อย ๆ เวลามองตาแหม่มจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทรมาน และสายตาที่อ้อนวอน แหม่มอยากให้กอดแหม่มไว้ แต่ก็กลัวที่จะโดนท้องแหม่ม เพราะโดนแค่นิดเดียวแหม่มก็จะเจ็บแล้ว
ตอนที่แหม่มกินยาตัวใหม่นี้ ก็จะอ้วกหลังกินยาตลอด ซึ้งไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นเพราะตัวยาขับพิษออกมาหรือว่าเป็นเพราะร่างกายแหม่มไม่รับ ตรงนี้หลวงพ่อเคยบอกไว้แล้วว่าเมื่อกินยาจะมีอาการขับพิษแต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะออกทางไหนบ้าง เมื่อมีอาการอ้วกแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้แหม่มไม่อยากกินยา ทั้งที่ยาตัวนี้กินง่ายกว่าทุกตัวที่ผ่านมา ผมพยามยามบอกแหม่มว่าให้ฝืนกินถ้าอยากจะอยู่ต่อไป (แหม่มเคยบอกว่าอยากจะอยู่อีกสัก 2 ปี) แหม่มก็จะบอกว่ากินแล้วอ้วก มันเหนื่อย วางไว้เดี๋ยวจะกินเอง ทุก 5 วัน ผมก็จะเปลี่ยนยาชุดใหม่มาต้มให้แหม่ม และแหม่มก็จะกินยาแก้ปวดเพื่อระงับความเจ็บปวดในบางครั้ง
ช่วงนั้นมีแต่คนให้กำลังใจเสมอว่า “เราต้องเข้มแข็ง” ผมก็เข้าใจถ้าเราไม่เข็มแข็งแหม่มก็จะแย่ไปด้วย เวลามีคนถามว่าอาการเป็นงัยบ้าง ผมก็จะตอบว่า “มีแต่ทรง กับทรุด” แหม่มในช่วงนั้นอธิบายง่าย ๆ ก็เหมือนกับเด็กที่ขาดสารอาหาร ร่างกายผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก แต่ท้องป่อง เรียวแรงที่จะเดินก็น้อยลงแต่ยังสามารถช่วยตัวเองได้





