วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2552วันนี้ก็ยังมีคนมาเยี่ยมแหม่มอยู่แต่น้อยลงเพราะว่าเป็นวันทำงาน แหม่มยังกระสับกระส่ายเหมือนเดิม ผมเอาวิทยุมาเปิดบทสวนมนต์ให้แหม่มตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แหม่มก็มีอาการสงบลงบ้างแต่ก็ยังกระสับกระส่าย ตอนที่หมอมาตรวจอาการก็เลยบอกว่าแหม่มกระสับกระส่ายนอนไม่ค่อยหลับ คงเกิดจากอาการปวดหมอก็บอกว่าจะปรับยาให้ใหม่ คืนนั้นผมนอนเฝ้าแหม่มกับแม่แหม่ม โดยในตอนเช้าคิดว่าจะไปทำงาน เพราะแหม่มอาการก็ทรง ๆ แล้ว
ตอนเช้าวันอังคารที่ 30 มิถุนายน2552 แม่ผมก็มาเปลี่ยน ก็กลับบ้านอาบน้ำและไปทำงาน บอกกับพี่โอ๋ หัวหน้าว่าขอเลือกรูปสำหรับเตรียมงานฯให้แหม่ม พี่โอ๋ก็ไม่ได้ว่าอะไร สักพักพี่ป้อมโทรมาบอกว่าให้กลับไปดูแลแหม่ม เรื่องงานไม่ต้องเป็นห่วง (ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก) หลังจากนั้นรู้สึกอย่างไรไม่รู้ โทรไปหาแม่ แม่ไม่รับ ก็เลยโทรเข้าไปที่เคาเตอร์พยาบาล พยาบาลบอกว่าหมออยากจะพบตอนบ่าย คิดว่าอาจจะให้กลับบ้านได้ ผมจึงรีบไปโรงพยาบาลทันที ตอนนี้แหม่มรู้สึกตัวและมีการตอบสนองที่ดีขึ้น
จริง ๆ แม่ไม่อยากให้แหม่มกลับบ้านอยู่ที่นี่น่าจะสะดวกกว่า แต่หมอบอกว่าอยากให้กลับบ้านไปดูแลที่บ้านดีกว่า และจะให้พยาบาลมาช่วยสอนวิธีให้อาหารทางสายยาง พอเดินไปบอกแหม่มว่าจะได้กลับบ้านแล้วนะดีใจมั้ย แหม่มมีแววตาที่สดใส และพยักหน้าอย่างดีใจมาก แล้วก็ยกมือขึ้นมาว่าอยากกอด เราจึงกอดกัน ตั้งแต่ที่เข้าโรงพยาบาลวันแรกแหม่มก็จะอือ ๆ รับรู้ หรือตอบรับด้วยสายตาแทน ไม่สามารถพูดโต้ตอบได้แล้ว ถ้าพูดต้องใช้แรงมาก



