Tag: my heart

1 ปีที่เปลี่ยนไป

1 ปี วันนี้วนมาอีกครั้ง เป็นวันเริ่มต้นของการเจ็บป่วยของแหม่ม เป็นวันที่ยังไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเป็นโรคร้ายแรง ไม่มีใครคิดว่ามันจะทำให้ชีวิตของคนเราต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเหตุการณ์นี้ ไม่มีใครคิดว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนึง ที่แม้ไม่ค่อยจะแข็งแรง แต่เต็มไปด้วยความสดใส หลาย ๆ ในตอนแรกจะรู้สึกรำคาญเสียงบ่นเรื่อยเปื่อย การบ่นนี้ไม่ได้บ่นทำร้ายใคร เป็นการบ่นไปเพื่อความสบายใจของเจ้าตัว แต่พอวันนึงเสียงนั้นหายไปทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกเงียบเหงาเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง

ในวันนั้นผมยังจำเหตุการณ์ได้อย่างดี ตั้งแต่ที่ทำงานแหม่มโทรมาบอกว่าแหม่มสลบ จนถึงเพื่อน ๆ ช่วยกันพาไปโรงพยาบาล จนพี่สุนขับรถมาแหม่มมาส่งที่บ้าน และแหม่มพร่ำบอกกับพี่สุนทั้งทีตัวเองเจ็บว่า “อย่าให้หนูออกนะ”

แหม่มในวันนั้นไม่มีแรงแม้จะลุกขึ้นนั่งหรือยืน…มันเป็นภาพที่น่าสงสารมาก แหม่มไม่เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน แต่ภาพในวันแรกนี้ยังไม่น่าสงสารเท่าภาพที่แหม่มนอนอยู่บนเตียงในห้อง ICU ในอีกไม่กี่วันถัดมา

รักและคิดถึงเสมอ….


แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่10 (จบ)

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2552วันนี้ก็ยังมีคนมาเยี่ยมแหม่มอยู่แต่น้อยลงเพราะว่าเป็นวันทำงาน แหม่มยังกระสับกระส่ายเหมือนเดิม ผมเอาวิทยุมาเปิดบทสวนมนต์ให้แหม่มตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แหม่มก็มีอาการสงบลงบ้างแต่ก็ยังกระสับกระส่าย ตอนที่หมอมาตรวจอาการก็เลยบอกว่าแหม่มกระสับกระส่ายนอนไม่ค่อยหลับ คงเกิดจากอาการปวดหมอก็บอกว่าจะปรับยาให้ใหม่ คืนนั้นผมนอนเฝ้าแหม่มกับแม่แหม่ม โดยในตอนเช้าคิดว่าจะไปทำงาน เพราะแหม่มอาการก็ทรง ๆ แล้ว

ตอนเช้าวันอังคารที่ 30 มิถุนายน2552 แม่ผมก็มาเปลี่ยน ก็กลับบ้านอาบน้ำและไปทำงาน บอกกับพี่โอ๋ หัวหน้าว่าขอเลือกรูปสำหรับเตรียมงานฯให้แหม่ม พี่โอ๋ก็ไม่ได้ว่าอะไร สักพักพี่ป้อมโทรมาบอกว่าให้กลับไปดูแลแหม่ม เรื่องงานไม่ต้องเป็นห่วง (ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก) หลังจากนั้นรู้สึกอย่างไรไม่รู้ โทรไปหาแม่ แม่ไม่รับ ก็เลยโทรเข้าไปที่เคาเตอร์พยาบาล พยาบาลบอกว่าหมออยากจะพบตอนบ่าย คิดว่าอาจจะให้กลับบ้านได้ ผมจึงรีบไปโรงพยาบาลทันที ตอนนี้แหม่มรู้สึกตัวและมีการตอบสนองที่ดีขึ้น

จริง ๆ แม่ไม่อยากให้แหม่มกลับบ้านอยู่ที่นี่น่าจะสะดวกกว่า แต่หมอบอกว่าอยากให้กลับบ้านไปดูแลที่บ้านดีกว่า และจะให้พยาบาลมาช่วยสอนวิธีให้อาหารทางสายยาง พอเดินไปบอกแหม่มว่าจะได้กลับบ้านแล้วนะดีใจมั้ย แหม่มมีแววตาที่สดใส และพยักหน้าอย่างดีใจมาก แล้วก็ยกมือขึ้นมาว่าอยากกอด เราจึงกอดกัน ตั้งแต่ที่เข้าโรงพยาบาลวันแรกแหม่มก็จะอือ ๆ รับรู้ หรือตอบรับด้วยสายตาแทน ไม่สามารถพูดโต้ตอบได้แล้ว ถ้าพูดต้องใช้แรงมาก

(continue reading…)


แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่9

แม่แหม่มลางานมาอยู่กับแหม่มถึงวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2552 แล้วจะกลับไปทำงาน หลังจากที่กลับมาจากโรงพยาบาลแหม่มก็อาการแย่ลง รู้สึกแน่นอึดอัดที่หน้าอก และจะล้วงคอเพื่อให้อ้วก อาการแน่นจะได้น้อยลง แต่ในความเป็นจริงมันไม่เป็นอย่างนั้น เพราะอาการแน่นดังกล่าวมันเกิดจากน้ำที่มารวมกันที่ช่องท้องและดันปอดทำให้เกิดอาการแน่น ถึงจะเจาะน้ำออกมันก็จะไปดึงน้ำจากไหนมาอีกไม่รู้ รวมทั้งอาจทำให้อาการยิ่งแย่ลง หมอจึงไม่เจาะให้ ผมพยายามบอกแหม่มว่าอย่าล้วงคอเลย  มันไม่ดี แหม่มอ้วกจนไม่มีอะไรจะอ้วกก็ยังล้วงคออยู่ดี ก็ได้แต่นั่งมอง บางครั้งทนไม่ไหวก็ต้องเดินออกไปที่อื่น

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2552 หลังจากเลิกงานผมก็กลับบ้านตามปกติ วันนี้ซื้อหมอนสามเหลี่ยมใบเล็ก ๆ มาให้แหม่ม จะได้เอาไว้พาดขา พอกลับมาก็เจอหลวงพ่อ (พ่อของแหม่มบวชเป็นพระตั้งแต่แหม่มยังเด็ก ๆ) หลวงพ่อก็มาเยี่ยมแหม่มเป็นระยะเสมอ ๆ เพราะแหม่มเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของท่าน ตอนนั้นแหม่มก็นอนบนที่นอนไม่ค่อยพูดอะไร แต่ส่งสายตาแทน ประมาณสองทุ่มกว่าหลวงพ่อ แม่ และน้องแหม่มก็กลับ หลังจากทุกคนไปแล้วแหม่มก็พยายามลุกขึ้นนั่งแต่ไม่สามารถทำได้ ผมก็
อดแปลกใจไม่น้อย เพราะตอนเช้ายังเป็นปกติ ก่อนแม่ไปก็บอกว่าวันนี้ทำอะไรกันบ้าง จึงคิดได้ว่าแหม่มคงฝืนตัวเองเพื่อไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงอีกแล้ว พอลุกขึ้นนั่งได้สักพักแหม่มก็อยากไปห้องน้ำ ผมต้องประคองแหม่มไปตอนนี้แหม่มไม่มีแรงแม้จะเดินแล้วจริง ๆ เวลาเดินจะทิ้งเท้าลงมาดัง “แปะ แปะ” หลังจากเข้าห้องน้ำครั้งนั้น ถ้าแหม่มจะไปอีกก็จะให้แหม่มนั่งรถเข็นแล้วเข็นไปแทนจะได้ไม่เหนื่อย

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2552 ตื่นมาแหม่มยังอาการไม่ดีขึ้นผมจึงต้องลางาน วันนี้ตอนเช้าแหม่มยังอาการเหมือนเมื่อวาน ยังพอที่จะคุยและดูดน้ำได้ แต่พอตอนบ่ายแหม่มก็เริ่มไม่สามารถที่จะดูดน้ำเองได้ ผมเลยต้องค่อย ๆ ใช้หลอดหยดน้ำให้แหม่ม แหม่มเริ่มมีอาการเพ้อ ฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ผมถามแหม่มว่าอยากไปโรงพยาบาลมั้ย แหม่มบอกว่า “ไม่อยากไป” แหม่มจะบอกเสมอว่ากลัวไปโรงพยาบาลแล้วจะไม่ได้กลับบ้าน ช่วงนั้นจึงคิดว่าต้องซื้อขวดนม และผ้าออกผู้ใหญ่มาให้แหม่มจะได้สะดวกไม่ต้องลุก รู้สึกว่าตอนเย็น ๆ พี่ชายและพี่สะใภ้แหม่มมาเยี่ยม และทนเห็นแหม่มในสภาพนี้ไม่ได้จึงคิดกันว่าจะไปหาเตียงผู้ป่วยที่สามารถปรับเอนได้มาให้แหม่มจะได้สะดวก

(continue reading…)


แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่8

หลังจากที่เราไปรับยาจากหลวงพ่อในวันอาทิตย์ ตอนที่กลับถึงบ้านก็เห็นความเปลี่ยนแปลงในห้องน้ำ พ่อผมเอาเครื่องทำน้ำอุ่นมาติดให้แหม่ม ก่อนหน้านั้นเราใช้วิธีต้มน้ำร้อนมาอาบให้แหม่ม โดยการอาบน้ำร้อนนี้ เราจะใช้สูตร อาบน้ำร้อน 3 นาที น้ำเย็น 30 วินาที สลับกัน 3 รอบ จริง ๆ น้ำเย็นถ้าเป็นน้ำเย็นแบบแช่หรือใส่น้ำแข็งยิ่งดี เย็นวันจันทร์เราจึงเริ่มใช้เครื่อง แหม่มก็โอเคกับการที่ได้อาบน้ำร้อนแบบนี้ เวลาอาบน้ำให้แหม่มจะต้องหาเก้าอี้มาให้ เพราะแรงที่จะยืนน้อยลงไปเรื่อย ๆ (จริง ๆ ก็ให้นั่งมานานแล้ว) ยิ่งเข้าเดือนนี้แหม่มยิ่งตาเหลือง ตัวเหลือง และผอมลงเรื่อย ๆ เวลามองตาแหม่มจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทรมาน และสายตาที่อ้อนวอน แหม่มอยากให้กอดแหม่มไว้ แต่ก็กลัวที่จะโดนท้องแหม่ม เพราะโดนแค่นิดเดียวแหม่มก็จะเจ็บแล้ว

ตอนที่แหม่มกินยาตัวใหม่นี้ ก็จะอ้วกหลังกินยาตลอด ซึ้งไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นเพราะตัวยาขับพิษออกมาหรือว่าเป็นเพราะร่างกายแหม่มไม่รับ ตรงนี้หลวงพ่อเคยบอกไว้แล้วว่าเมื่อกินยาจะมีอาการขับพิษแต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะออกทางไหนบ้าง เมื่อมีอาการอ้วกแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้แหม่มไม่อยากกินยา ทั้งที่ยาตัวนี้กินง่ายกว่าทุกตัวที่ผ่านมา ผมพยามยามบอกแหม่มว่าให้ฝืนกินถ้าอยากจะอยู่ต่อไป (แหม่มเคยบอกว่าอยากจะอยู่อีกสัก 2 ปี) แหม่มก็จะบอกว่ากินแล้วอ้วก มันเหนื่อย วางไว้เดี๋ยวจะกินเอง ทุก 5 วัน ผมก็จะเปลี่ยนยาชุดใหม่มาต้มให้แหม่ม และแหม่มก็จะกินยาแก้ปวดเพื่อระงับความเจ็บปวดในบางครั้ง

ช่วงนั้นมีแต่คนให้กำลังใจเสมอว่า “เราต้องเข้มแข็ง” ผมก็เข้าใจถ้าเราไม่เข็มแข็งแหม่มก็จะแย่ไปด้วย เวลามีคนถามว่าอาการเป็นงัยบ้าง ผมก็จะตอบว่า “มีแต่ทรง กับทรุด” แหม่มในช่วงนั้นอธิบายง่าย ๆ ก็เหมือนกับเด็กที่ขาดสารอาหาร ร่างกายผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก แต่ท้องป่อง เรียวแรงที่จะเดินก็น้อยลงแต่ยังสามารถช่วยตัวเองได้

(continue reading…)


แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่7

ช่วงนี้แหม่มกินยาแล้วก็จะอ้วก ไม่แน่ใจว่าเพราะยามันขับออกมา หรือเพราะแหม่มไม่สามารถรับยาเข้าไปได้ ต้องนั่งทำใจนานมากก่อนจะกิน ตาแหม่มค่อย ๆ เหลือง ท้องเริ่มบวมขึ้นเรื่อย ๆ ข้าวก็กินน้อยลงตามลำดับ จะชอบกินแต่น้ำแดง หรือไม่ก็ขนมปังทาแยมสตรอเบอรี่ กลางวันจะนอนเกือบทั้งวัน กลางคืนจะนอนไม่ค่อยหลับ เพราะปวดท้อง ส่วนใหญ่ก็จะได้นอนกันประมาณตีสองหรือตีสาม โดยผมจะชวนแหม่มเล่นเกม wii จะได้เหนื่อยจนหลับได้ และผมก็ได้เอา notebook มาไว้ในห้อง

เดินสายแลนมาให้ ตอนแรกจะเอามาไว้เล่นเองตอนเฝ้าแหม่ม แต่แหม่มบอกว่าอยากเล่นด้วย ตอนกลางวันถ้าแหม่มมีแรงก็จะเข้า MSN แล้วก็คุยกับผมเรื่องอาการ และบอกว่ากินอะไรบ้างแล้ว วันไหนตอนเย็นอยากจะกินข้าวต้มปลาก็จะให้ไปซื้อ

สักวันที่ 23 หรือ 24 พฤษภาคม เอ้ ได้มาพี่ปุ๊ก+แฟน วาส และครูศรีกุล มาเยี่ยมแหม่ม ครูศรีกุลเป็นครูที่สอนแหม่มสมัยประถม หลังจากครูรู้ว่าแหม่มไม่ยอมกินยาก็เลยบอกแหม่มว่า “พยายามกินนะ ไม่ชอบก็ต้องกิน เพื่อตัวเราเอง” แหม่มก็ได้แต่รับคำไว้ แต่ก็ยังไม่ยอมกินเหมือนเดิม อาการแหม่มก็ทรง ๆ ทรุด ๆ อยู่อย่างนั้น แต่ดีที่แหม่มสามารถลุกเดินไปห้องน้ำ หรือช่วยตัวเองได้ ไม่อย่างนั้นคงแย่มากเลย

ตอนกลางคืนเวลาปวดท้องจะต้องเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาโปะที่ท้องให้ ถ้าเอาเจลแช่เย็นมาให้แหม่มจะไม่ชอบ เพราะมันเย็นเกินไป ช่วงนี้แหม่มเริ่มที่จะปวดท้องมากจนทนไม่ไหว เลยต้องไปซื้อยาแก้ปวดชนิดรุนแรงมาให้ (ยาพวกนี้จะให้กับผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอก เพื่อระงับอาการปวด) พอแหม่มปวดท้องแล้วกินยาก็ต้องใช้เวลาสักพัก ตอนยายังไม่ออกฤทธิ์แหม่มก็จะทรมานบางครั้งก็ร้องไห้เพราะความเจ็บปวด

(continue reading…)


  • เรื่องต่าง ๆ ที่มีให้คุณอ่าน

  •  

    กุมภาพันธ์ 2012
    พฤ อา
    « ต.ค.    
     12345
    6789101112
    13141516171819
    20212223242526
    272829  
  • Links

    CKshutter.com : Welcome to CKshutter

    KKOOL DESiGN.com : Web Design & Develop / Creative / Lifestyle

    ชีวิตมันเศร้า...เล่าแล้วขำ

    สอนป้องกันตัว, สอนป้องกันตัวแบบตัวต่อตัว,สอนป้องกันตัวถึงบ้าน เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ นอกสถานที่ บีบีแบตเตอรี่ โทร. 087-908-4528
  • Ads by Google

  • Stat

  • Copyright © 1996-2010 HutPaza. All rights reserved.
    iDream theme by Templates Next | Powered by WordPress