Tag: my heart

แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่6

ตอนที่แล้วมีข้ามไปนิดนึง หลังจากที่แหม่มได้ลองไปทำงานวันนึงแล้วไม่สามารถไปได้ 2-3 วันนั้น แหม่มก็จะปวดท้องตอนกลางคืนมากขึ้น จนมีคืนนึงแหม่มปวดมากจนร้องไห้และบอกว่า “อยากจะตาย ไม่อยากอยู่แล้ว มันทรมาน ทำไมต้องมาเป็นอะไรแบบนี้” ซึ้งผมก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้นอกจากกอดแหม่มไว้และลูบหลังปลอมใจ

เช้าวันที่ 14 หรือ 15 พฤษภาคม ไม่แน่ใจ (หลังจากคืนนั้น) ก็พาแหม่มไปหาหมอ เพราะแหม่มรู้สึกว่าตับมีจุดที่แข็งเพิ่มขึ้น จากการที่อัลตร้าซาวน์ ทำให้รู้ว่าตอนนี้มะเร็งได้ลามออกไปด้านข้าง ไปเกาะตามเส้นเลือดแล้ว สภาพโดยรวมยังถือว่าดี หมอได้บอกว่าต่อไปจะเริ่มมีอาการท้องบวม และแน่นบริเวณหน้าอก ให้พยายามนอนหัวสูง ๆ จะได้หายใจสะดวก แต่วิธีการนี้เป็นการไขเฉพาะหน้าเท่านั้น แล้ววันเสาร์ผมก็ไปเอาเลือดจระเข้ตามทีบอกไปในตอนที่แล้ว

หลังจากที่ข่อยดำและเลือดจระเข้ แหม่มไม่อยากกิน จึงคิดกันว่าจะไปขอยาที่วัดสังฆทาน เพราะตั้งแต่ที่แหม่มได้ลองไปทำงาน ก็แน่นที่หน้าอก ไม่ค่อยอยากจะกินข้าวและอ่อนเพลียลงเรื่อย ๆ รวมทั้งยาแผนปัจจุบันหมอก็ให้แต่วิตามินบี วันเสาร์เราจึงรีบไปยังวัดสังฆทานแต่เช้า ตอนที่ไปถึงประมาณ 8 โมง ยังไม่มีใครเท่าไหร่ ผม แม่ แหม่ม ก็งง ๆ ว่าเราจะไปตรงไหนดี (ใครจะรับยาให้ไปรับที่สถานีวิทยุของทางวัดนะครับ) (ต้องเอาแหม่มใส่รถเข็นเพราะเดินไม่ค่อยไหว) จึงสอบถามคนแถวนั้นว่าจะมารับยารักษา

เจ้าหน้าที่ “เป็นอะไรมาล่ะ”
ผม “เป็นมะเร็งตับครับ”
เจ้าหน้าที่ “ไหนขอดูหน่อย”

(continue reading…)


แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่5

สัปดาห์นี้ค่อนข้างวุ่นวายกับอาหารสำหรับแหม่มอีกเช่นเคย พยายามทำอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งให้แหม่ม โดยเราพากันไปซื้อของที่จัสโก้เพื่อที่จะเอามาทำ น้ำมันก็ต้องใช้น้ำมันมะกอก เราก็ซื้อแบบขวดกลางไปทดสอบกันก่อนว่าแหม่มจะโอเคมั้ย

เอ้ เพือนแหม่มก็ต้มรังนกมาให้กิน ไปเลือกรังนกและลงมือทำเองเลย (อร่อยเหมือนกันนะ) ช่วงนั้นแหม่มจะกินรังนกทุกเช้า-เย็น เพื่อบำรุงร่างกาย กินเต้าหู้ กินผัก เราพยายามงดเนื้อสัตว์ทุกชนิด ยกเว้นปลาที่ยังให้กินได้ ช่วงนั้นแหม่มยังมีแรงเดินไปมาได้ ก็จะมาต่อเน็ตเพื่อเล่น msn คุยกับผม และก็นั่งแต่ง hi5 แต่ก็ไม่ได้เล่นนานอะไรประมาณ 30-60 นาที ก็เหนื่อยแล้ว

ช่วงนั้นก็นั่งเปรียบเทียบราคาเครื่อง wii จากร้านต่าง ๆ ว่าราคาถูกแพงต่างกันมากมั้ยได้กี่เกม เกมไหนน่าสนใจบ้าง แล้วก็ปรึกษากัน แหม่มก็ตามใจร้านไหนก็ได้ไม่มีปัญหา ขอให้ซื้อมาละกัน วันอังคารที่ 28 เมษายน ก็เลยไปซื้อ แต่ก่อนจะซื้อต้องไปอบรมที่ตึก IBM กว่าจะเสร็จก็บ่ายนิด ๆ แล้วก็เอาใบรับรองแพทย์ของแหม่มไปส่งให้ที่ทำงาน จริง ๆ แหม่มอยากจะมาด้วย แต่ต้องขึ้นรถไฟฟ้า ไหนจะต้องรอกลับตอนเย็นอีก เลยไม่อยากให้มา

(continue reading…)


แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่4

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2552 หมอดูแผลและอาการต่าง ๆ จึงบอกว่าวันนี้กลับบ้านได้แล้วนะ แล้วก็พักงาน 1 เดือน เดี๋ยวจะให้พยาบาลมาตัดใหม่และเอาสายน้ำเกลือออก ส่วนแผลก็ให้มาล้างที่โรงพยาบาล หรือจะล้างเองก็ได้ (แต่ละวันที่พยาบาลมาล้างแผล แหม่มก็จะลุ้นทุกวันเพราะกลัวว่าจะเจ็บแผล) แหม่มดีใจที่จะได้กลับบ้านแล้ว ผมจึงต้องโทรไปบอกให้แม่เคลียร์ห้อง เพราะแหม่มคงไม่สามารถขึ้นไปนอนข้างบนได้

แหม่มค่อนข้างร้อนใจในการกลับบ้าน บ่นทำไมไม่ยอมมาตัดไหมสักที พอพยาบาลมาตัดไหมก็ต้องเสียวกันอีกรอบ เพราะเอาพยาบาลมือใหม่มาตัดไหม ก็บอกแหม่มถือซะว่าเป็นครูให้น้องเค้า แหม่มลุ้นจนเตียงแถบหัก เพราะจิกที่นอนลุ้นสุดตัว หลังจากนั้นสักพักก็มีพยาบาลมาถอดสายน้ำเกลือ ที่แรกนึกว่าจะเป็นเข็มเหมือนปกติทั่วไป แต่ไม่ใช่ เนื่องจากแหม่มเป็นคนตัวเล็ก และหาเส้นเลือดยาก จึงต้องเจาะและแหย่สายน้ำเกลือเข้าไป ความยาวไม่น่าต่ำกว่า 30 เซนติเมตร เมื่อดึงสายน้ำเกลือออกมาแล้วก็ต้องเย็บปิดแผลประมาณ 3 เข็ม (แผลที่หน้าท้องจำไม่ได้ว่ากี่เข็ม แต่อยู่ประมาณ 10)

แล้วก็ทำการรวบรวมของฝาก กระเช้าดอกไม้บางส่วนที่ยังเหลืออยู่กลับบ้าน (ก่อนหน้าที่เอากลับไปบ้างแล้วเพราะเยอะมาก) หลังจากเคลียร์อะไรต่าง ๆ แล้ว ก็ต้องไปเซ็นชื่อที่การเงิน ค่ารักษาแหม่มอยู่ที่ประมาณ 125,xxx บาท ถ้าไม่มีประกันสังคมจะเป็นงัยเนี้ย แต่ต้องจ่ายเพิ่มอีก 16 บาท ค่าอะไรสักอย่าง แต่ไม่เป็นไรจ่ายไปเหอะ จะได้กลับบ้านสักที

(continue reading…)


แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่3

ในช่วงนั้นไม่แน่ใจว่าวันไหน ผมบอกให้พี่ชายไปเก็บของที่ทำงานของแหม่มทั้งหมด เพราะคิดว่าแหม่มคงไม่สามารถทำงานได้แล้ว พี่สุน หัวหน้าแหม่มก็จำใจให้เพื่อน ๆ แหม่มเก็บของ แต่ก็ยังฝากบอกเพื่อน ๆ มาว่า จะรอแหม่มกลับไปทำงาน

ช่วงค่ำของวันอาทิตย์ ที่ผมแวะกลับไปเอาของที่บ้านหลังจากจัดการความเรียบร้อยของแหม่มแล้ว อยู่ดีดีแม่ก็โทรมาถามว่า

แม่ “เห็นมีดของแม่มั้ย”
ผม “อยู่ในรถ นึกว่าแม่ทิ้งไว้”
แม่ “แม่ลืมอะ”
ผม “แล้วนี่ใครโทรไปบอกแม่เหรอ”
แม่ “แม่รู้เองไม่มีใครบอก”
ผม “ไปไม่กี่วัน เห็นทางในแล้วเหรอ” (แม่ไปถือศีลที่วัดมเหยงค์ อยุธยา)
แม่ “อ้าว มีเรื่องอะไร”
ผม “นึกว่ารู้แล้ว แหม่ม เป็นมะเร็งตับ ตอนนี้นอนอยู่โรงพยาบาล แม่อยู่ให้ครบกำหนดแล้วค่อยมาก็ได้”
แม่ “อืม ๆ”

ระหว่างนั้นผมกับแหม่มก็คุยกันหลายเรื่อง แค่ยังไม่บอกแหม่มเรื่องเป็นอะไรแค่นั้น โดยใจก็ยังคิดว่าจะดูแลแหม่มยังงัยดี ถ้าดูคนเดียวมีหวังตายแน่ และก็ยังไม่อยากให้แม่แหม่มรู้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่บอกกันง่าย ๆ

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2552 เป็นวันหยุดก็มีเพื่อน ๆ ผลัดเปลี่ยนกันมาเยี่ยมเยียนบ้้าง โดยในช่วงสงกรานต์ ผม+แหม่ม และเพื่อน ๆ มีกำหนดการไว้แล้วว่าเราจะไปเที่ยวเกาะช้างกัน โดยจองล่วงหน้ามา 1 เดือนแล้วทำให้ต้องขายต่อให้กับพี่สาวเพื่อนแหม่ม และขอเงินคืนจากบริษัท (ได้แค่บางส่วน) แหม่มก็บ่นว่าเสียดายอดไปเที่ยวเลย ก็บอกว่าไม่เป็นไร มีโอกาสค่อยไปเที่ยวกัน

(continue reading…)


แหม่ม…ในความทรงจำตลอดไป ตอนที่2

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2552 พอมาถึงโรงพยาบาล แหม่มบอกว่าหมอ (ภายหลังจึงรู้ว่าหมอชื่อเทพกิตติ์ เป็นหมอที่ดูแลคนไข้ดีมาก) มาดูอาการแล้ว และจะให้หมอศัลยกรรมมาดูอีกครั้ง สักพักใหญ่ ๆ ก็มีการนำแหม่มไป x-ray หลังจากนั้นหมอก็มาสอบถามอาการรวมทั้งกดท้องที่สุดน่าสงสัยต่าง ๆ จากการตรวจของหมอศัลยกรรมไม่พบอาการที่ กระเพาะ ลำไส้ ไส้ติ่ง หมอเทพกิตติ์ จึงมาคุยและดูอาการอีกครั้ง รวมทั้งให้เอาอาหารมาให้แหม่มกิน พร้อมทั้งจะให้กลับบ้าน แต่ด้วยแหม่มยังปวดท้องและยังมีอาการท้องบวมอยู่มาก หมอจึงบอกว่าจะให้หมอสูติฯมาช่วยดูอีกครั้ง

ข้าวต้มที่ได้มาแหม่มก็ยังกินไม่ค่อยได้มาก เพราะแหม่มไม่ชอบข้าวต้ม แต่ก็ดีใจที่จะได้กลับบ้านแล้ว

ช่วงบ่าย ๆ หมอสูติฯก็มา แล้วก็จัดการพาแหม่มไปอัลตร้าซาวน์ภายใน ผลออกมาว่า แหม่มมีซีสต์ที่มดลูก 2 เม็ด รวมทั้งมีน้ำบริเวณช่องท้องจำนวนมาก ไม่แน่ใจว่าซีสต์แตกหรือไม่ ต้องมีการผ่าตัดด่วน หลังจากแหม่มไปยังห้องผ่าตัดแล้ว ก็เลยกลับบ้าน กินข้าว เก็บของ หาหนังสือมาอ่านฆ่าเวลา เพื่อรอแหม่ม

พอมาถึงโรงพยาบาล หมอลักษณา (หมอสูติฯที่ผ่าตัดให้แหม่ม) บอกว่า “ตอนนี้ซีสต์ที่เจอผ่าออกเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าน้ำที่เจอคือเลือดที่ออกในช่อง เกิดจากเนื้องอกที่ตับ ตอนนี้หมอศัลยกรรม กำลังหยุดเลือด และจะเอาชิ้นเนื้อไปพิสูจน์” หลังจากนั้นก็นั่งรออยู่นานมาทำไมแหม่มไม่ออกมาสักที เห็นพยาบาลเอาเสื้อผ้าของแหม่มจากชั้นบนลงมา ก็ไม่เห็นออกมา ภายหลังจึงรู้ว่าแหม่มอยู่ในห้องไอซียู เนื่องจากเสียเลือดไป 1,500 ซีซี

วันนั้นก็โทรฯหาหลายคนมาก ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน พี่ชายแหม่ม หัวหน้าแหม่ม และเพื่อน ๆ ทุกคนต่างรีบมาเยี่ยมแหม่ม ตอนที่เข้าไปหาแหม่มในห้องไอซียูครั้งแรก แหม่มต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และมีสายระโยงระยางมากมาย เห็นแล้วน้ำตาก็จะไหลแต่ก็ต้องไม่ให้แหม่มเห็น ทุกคนที่เข้าไปดูออกมาก็ส่ายหน้ากันหมด ไม่คิดว่าแหม่มจะต้องมามีสภาพแบบนี้

แหม่มพอมีแรงพูดได้ แต่ก็รู้ว่าแหม่มคงเหนื่อยเวลาพูด เพราะวันนี้แหม่มเจอมาหนักมาก

(continue reading…)


  • เรื่องต่าง ๆ ที่มีให้คุณอ่าน

  •  

    พฤษภาคม 2012
    พฤ อา
    « มี.ค.    
     123456
    78910111213
    14151617181920
    21222324252627
    28293031  
  • Links

    CKshutter.com : Welcome to CKshutter

    KKOOL DESiGN.com : Web Design & Develop / Creative / Lifestyle

    ชีวิตมันเศร้า...เล่าแล้วขำ

    สอนป้องกันตัว, สอนป้องกันตัวแบบตัวต่อตัว,สอนป้องกันตัวถึงบ้าน เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ นอกสถานที่ บีบีแบตเตอรี่ โทร. 087-908-4528
  • Ads by Google

  • Stat

  • Copyright © 1996-2010 HutPaza. All rights reserved.
    iDream theme by Templates Next | Powered by WordPress